กนง. 17 ธ.ค.นี้ ลุ้นลดดอกเบี้ยได้อีก!
ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ ซึ่งหลายฝ่ายกำลังจับตาดูว่า กนง. จะมีมติเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างไร ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
กนง. 17 ธ.ค.นี้ ลุ้นลดดอกเบี้ยได้อีก!
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ธปท. ยังคงพร้อมที่จะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย หรือการลดดอกเบี้ย หากมีความจำเป็นและสามารถช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับการประเมินข้อมูลและสภาพเศรษฐกิจในขณะนั้นของคณะกรรมการ
ผู้ว่าการ ธปท. ยังกล่าวอีกว่า “เศรษฐกิจไม่ดีมาจากโครงสร้าง มาจากขีดความสามารถทางการแข่งขัน เศรษฐกิจ K-shape, สังคมผู้สูงวัย แต่การลดดอกเบี้ยมีผลตรงนี้อย่างจำกัด แต่มีผลให้คนลดภาระทางด้านการเงิน”

ทำไม ธปท. ถึงไม่ทำ QE?
คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ ทำไม ธปท. ถึงไม่เลือกใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing: QE) เหมือนกับที่หลายประเทศเคยใช้กัน? ผู้ว่าการ ธปท. อธิบายว่า การทำ QE มีจุดประสงค์หลักในการกดดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวให้ลดลง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลไกตลาดเงิน แต่บริบทของประเทศไทยแตกต่างออกไป เนื่องจากประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาระบบธนาคารเป็นหลัก และหุ้นกู้ส่วนใหญ่มีอายุสั้น การลดดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวจึงมีผลต่อเศรษฐกิจค่อนข้างจำกัด
นอกจากนี้ หาก ธปท. พิมพ์เงินเข้าสู่ระบบโดยการซื้อพันธบัตร แต่ความต้องการกู้ยืมยังไม่เพิ่มขึ้น เงินที่ถูกพิมพ์ออกมาก็จะไหลกลับเข้าสู่ระบบ RP (Reverse Repo) ทันที ทำให้ปริมาณเงินในระบบไม่เพิ่มขึ้น และ ธปท. จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ดังนั้น ปริมาณเงินในระบบจะเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อเศรษฐกิจได้จริง ก็ต่อเมื่อธนาคารปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ ธปท. ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการเติบโตของสินเชื่อเอสเอ็มอี
ในส่วนของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมานั้น ผู้ว่าการ ธปท. อธิบายว่า สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในช่วงต้นปี ธปท. ต้องการเห็นค่าเงินบาทอ่อนค่าลงให้เหมาะสมกับสภาวะทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของประเทศ
อย่างไรก็ตาม การแทรกแซงค่าเงินบาทก็มีข้อจำกัดภายใต้เกณฑ์ Currency Manipulator ของสหรัฐฯ ทำให้ ธปท. สามารถเข้าซื้อ FX ได้ไม่เกิน 2% ของ GDP ภายใน 12 เดือน ซึ่งเพียงพอสำหรับการลดความผันผวนเท่านั้น แต่ไม่สามารถตรึงหรือลากให้ค่าเงินอ่อนกลับทิศทางได้

นายปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวเสริมว่า กนง. เห็นด้วยกับการลดดอกเบี้ยรวม 1% ในช่วงที่ผ่านมาเพื่อประคองเศรษฐกิจ และจะพิจารณาข้อมูลล่าสุดในการประชุมวันที่ 17 ธ.ค. นี้ เพื่อตัดสินใจว่าจะต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักของเศรษฐกิจไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างและความไม่แน่นอนของการลงทุน ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด
ดังนั้น การประชุม กนง. 17 ธ.ค.นี้ ลุ้นลดดอกเบี้ยได้อีก หรือไม่ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปอย่างแน่นอน การตัดสินใจของ กนง. จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมมากที่สุด
การพิจารณาของ กนง. 17 ธ.ค.นี้ ลุ้นลดดอกเบี้ยได้อีก ครั้งหรือไม่นั้น สิ่งสำคัญคือการมองภาพรวมเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน และเลือกใช้นโยบายที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นจริงมากที่สุด เพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืน
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าผลการประชุม กนง. 17 ธ.ค.นี้ ลุ้นลดดอกเบี้ยได้อีก จะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง
ที่มา – ลุ้นกนง. 17 ธ.ค.นี้ ‘ผู้ว่าการ ธปท.’ เผยมีช่องลดดอกเบี้ยได้อีก แจงสาเหตุไม่ทำ QE



