กปภ. รับมือฝนตกหนักทั่วไทย ดูแลน้ำต่อเนื่อง
ในช่วงฤดูฝนที่หลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องเผชิญกับฝนตกหนักถึงหนักมาก การเตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภคถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะระบบน้ำประปาที่ประชาชนต้องใช้อย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน ล่าสุด การประปาส่วนภูมิภาค หรือ กปภ. เดินหน้า กปภ. รับมือฝนตกหนักทั่วไทย เพื่อดูแลกระบวนการผลิตและการจ่ายน้ำให้ประชาชนยังคงได้รับบริการอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง
ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ระหว่างวันที่ 20–25 ตุลาคม 2569 หลายพื้นที่มีแนวโน้มพบฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคใต้และภาคตะวันออกในวันที่ 20 ตุลาคม ก่อนที่ฝนจะเพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาคระหว่างวันที่ 21–25 ตุลาคม สภาพอากาศดังกล่าวอาจส่งผลต่อแหล่งน้ำดิบ ระบบผลิตน้ำ เครื่องจักร ระบบไฟฟ้า รวมถึงเส้นทางการขนส่งและการเข้าถึงพื้นที่ให้บริการ
กปภ. รับมือฝนตกหนักทั่วไทย ด้วยแผนเตรียมพร้อมรอบด้าน
นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค เปิดเผยว่า ได้กำชับให้ กปภ. ทั้ง 234 สาขาเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักและติดตามปริมาณน้ำในแหล่งน้ำดิบอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่จะประเมินความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการผลิตและการจ่ายน้ำ พร้อมตรวจสอบความพร้อมของระบบต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
การตรวจสอบครอบคลุมตั้งแต่ระบบผลิตน้ำประปา ระบบจ่ายน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร อุปกรณ์สำคัญ และระบบไฟฟ้า หากพบจุดที่มีความเสี่ยง เจ้าหน้าที่จะเร่งแก้ไขและเตรียมอุปกรณ์สำรองไว้รองรับเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำแผนปฏิบัติการสำหรับกรณีน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก หรือเหตุการณ์อื่นที่อาจทำให้การให้บริการน้ำประปาหยุดชะงัก
การเฝ้าระวังของ กปภ. ช่วยลดผลกระทบจากฝนตกหนัก
หัวใจสำคัญของการบริหารจัดการครั้งนี้คือการติดตามข้อมูลแบบต่อเนื่อง แต่ละสาขาจะประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่และติดตามสถานการณ์น้ำ ฝน และเส้นทางคมนาคมอย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุที่มีแนวโน้มส่งผลต่อระบบประปา เจ้าหน้าที่จะประเมินสถานการณ์และวางแนวทางแก้ไขให้เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ การทำงานเชิงรุกช่วยให้ กปภ. สามารถลดระยะเวลาการหยุดให้บริการ และฟื้นฟูระบบได้เร็วขึ้นเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นอกจากมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 แล้ว กปภ. ยังนำแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจด้านอุทกภัยมาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติด้วย แผนดังกล่าวช่วยให้แต่ละสาขาเตรียมบุคลากร เครื่องมือ อะไหล่ และช่องทางการสื่อสารไว้อย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนควบคู่กับการรักษาคุณภาพน้ำประปา
- ตรวจสอบแหล่งน้ำดิบและปริมาณน้ำอย่างสม่ำเสมอ
- เช็กความพร้อมของระบบผลิต ระบบจ่ายน้ำ และระบบไฟฟ้า
- เตรียมแผนรองรับน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
- ประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- สื่อสารข้อมูลและแนวทางการรับบริการให้ประชาชนทราบอย่างรวดเร็ว
ประชาชนควรติดตามข่าวสารและเตรียมตัวอย่างไร
สำหรับประชาชนในพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก ควรติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานปกครองท้องถิ่น และ กปภ. อย่างใกล้ชิด หากมีการประกาศเฝ้าระวัง ควรสำรองน้ำสะอาดไว้สำหรับการอุปโภคบริโภคเท่าที่จำเป็น พร้อมตรวจสอบภาชนะเก็บน้ำให้สะอาดและมีฝาปิด เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกปนเปื้อนในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน
หากพบปัญหาน้ำประปาไหลอ่อน น้ำไม่ไหล หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ สามารถติดต่อ PWA Contact Center 1662 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังติดตามข่าวสารและใช้บริการออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.pwa.co.th, LINE Official Account: @PWAThailand และแอปพลิเคชัน PWA Plus Life ได้อีกด้วย
การที่หน่วยงานเตรียมพร้อมล่วงหน้าและสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความกังวลและบรรเทาผลกระทบจากฝนตกหนักได้อย่างมาก แม้สภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แต่ความร่วมมือระหว่าง กปภ. หน่วยงานในพื้นที่ และประชาชน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระบบน้ำประปายังคงเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
โดยสรุป กปภ. รับมือฝนตกหนักทั่วไทย ผ่านการเฝ้าระวังแหล่งน้ำ ตรวจสอบระบบ เตรียมแผนฉุกเฉิน และเร่งสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบ การติดตามข่าวสารจากช่องทางทางการและการเตรียมสำรองน้ำอย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งที่ทุกครัวเรือนควรทำในช่วงนี้
ที่มา – กปภ. เข้ม รับมือฝนตกหนักทั่วไทย พร้อมดูแลการผลิตและจ่ายน้ำอย่างต่อเนื่อง



