กฟผ. เชียร์ทัพนักกีฬาไทยสู่เอเชียนเกมส์ 2026
กฟผ. เชียร์ทัพนักกีฬาไทยสู่เอเชียนเกมส์ 2026 พร้อมชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬายกน้ำหนักและนักกีฬาเรือพายทีมชาติไทย ก่อนออกไปสู้ศึกที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น การแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีพิสูจน์ความสามารถ แต่ยังเป็นปลายทางของความฝัน ความทุ่มเท และการฝึกซ้อมอย่างหนักของนักกีฬาทุกคน
เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาไทยไม่ได้มีแค่พรสวรรค์ แต่ยังประกอบด้วยวินัย ทีมผู้ฝึกสอน นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักกายภาพบำบัด ครอบครัว และหน่วยงานที่คอยสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในกำลังสำคัญคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ซึ่งอยู่เคียงข้างนักกีฬามาเป็นเวลานาน ตั้งแต่การค้นหานักกีฬารุ่นใหม่ การพัฒนาศักยภาพ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับเวทีระดับนานาชาติ
กฟผ. เชียร์ทัพนักกีฬาไทยสู่เอเชียนเกมส์ 2026
สำหรับนักกีฬายกน้ำหนัก การแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 คือความท้าทายครั้งสำคัญ “เวฟ” วีรพล วิชุมา เติบโตจากเด็กที่ชื่นชอบกีฬา ก่อนค้นพบเส้นทางยกน้ำหนักและฝึกฝนอย่างจริงจัง ปัจจุบันเขากลายเป็นหนึ่งในความหวังของทีมชาติไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในทุกวัน และมีเป้าหมายไกลถึงโอลิมปิกเกมส์ 2028
ชีวิตในศูนย์ฝึกยกน้ำหนัก กฟผ. จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ได้เน้นเพียงการยกลูกเหล็กให้หนักขึ้นเท่านั้น นักกีฬายังต้องใส่ใจกับโภชนาการ การพักผ่อน การฟื้นฟูร่างกาย และการเตรียมสภาพจิตใจ ก่อนขึ้นเวที เวฟใช้การทำสมาธิ ทบทวนท่ายก และจดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า วิธีคิดเช่นนี้ช่วยให้เขาควบคุมความกดดันและทำผลงานได้อย่างเต็มความสามารถ
ขณะที่ “ออย” สุรจนา คำเบ้า นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย ก็มีเส้นทางที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เธอเริ่มต้นจากการเป็นเด็กที่เล่นกีฬาหลายชนิด ก่อนครูพลศึกษาจะมองเห็นแววและชักชวนให้เข้าสู่กีฬายกน้ำหนัก ช่วงแรกเธอต้องฝึกท่าสแนตช์และคลีนแอนด์เจิร์กด้วยท่อพีวีซีก่อนจะได้สัมผัสบาร์เหล็กจริง
วันนี้ออยฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นสัปดาห์ละ 6 วัน โดยมีผู้เชี่ยวชาญหลายด้านคอยดูแล เป้าหมายของเธอคือการคว้าเหรียญรางวัลกลับมาฝากคนไทย และใช้ความสำเร็จจากกีฬาเป็นพลังในการดูแลครอบครัว เธอยังฝากถึงแฟนกีฬาชาวไทยให้ช่วยส่งเสียงเชียร์นักกีฬาทุกคน เพราะกำลังใจจากบ้านเกิดมีความหมายอย่างมากในวันที่ต้องเผชิญความกดดันบนเวทีใหญ่
เส้นทางนักกีฬาไทยสู่เอเชียนเกมส์ 2026
นอกจากกีฬายกน้ำหนักแล้ว ทัพเรือพายไทยก็เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เช่นกัน นักกีฬาจะลงแข่งขันทั้งเรือกรรเชียง เรือแคนูคยัค และเรือแคนูสลาลอม โดยมีการเก็บตัวฝึกซ้อมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อให้คุ้นเคยกับสภาพสนามและสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับการแข่งขันจริง
“แพทตี้” จารุวรรณ เนียมทอง นักกีฬาเรือแคนูสลาลอมทีมชาติไทย รู้จักกีฬาชนิดนี้จากชมรมในโรงเรียน ก่อนจะหลงรักความท้าทายของสายน้ำเชี่ยว เธอต้องฝึกวันละประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อพัฒนาความแข็งแกร่ง ไหวพริบ การตัดสินใจ และความมั่นใจ เป้าหมายของแพทตี้คือการติดอันดับ 1 ใน 3 และคว้าเหรียญรางวัลให้ได้
ด้าน “แบงค์” พิตรพิบูล มหาวัฒนางกูร นักกีฬาเรือแคนูคยัคทีมชาติไทย เตรียมลงแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งที่ 2 เขานำบทเรียนจากการแข่งขันที่ผ่านมา ซึ่งพลาดเหรียญรางวัลไปเพียงเสี้ยววินาที มาปรับปรุงจุดอ่อนและเพิ่มความแข็งแกร่ง การฝึกซ้อมที่ยาวนานกว่า 10 ปีช่วยเปลี่ยนชีวิตของเขา ทำให้มีอาชีพ มีรายได้ และสามารถดูแลครอบครัวได้ดีขึ้น
การสนับสนุนจาก กฟผ. จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การช่วยเหลือด้านงบประมาณ แต่ยังครอบคลุมถึงการจัดการแข่งขันเพื่อค้นหานักกีฬาหน้าใหม่ การพัฒนาผู้ฝึกสอนและบุคลากร ตลอดจนการสนับสนุนสถานที่ฝึกซ้อม สนาม และที่พัก สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างระบบนิเวศทางกีฬาให้เยาวชนมีโอกาสเติบโตจากระดับพื้นฐานไปสู่ทีมชาติ
กำหนดการแข่งขันที่คนไทยร่วมส่งแรงเชียร์
- ยกน้ำหนัก: เริ่มแข่งขันตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
- เรือกรรเชียง: แข่งขันระหว่างวันที่ 23–24 กันยายน 2569
- เรือแคนูคยัค: แข่งขันระหว่างวันที่ 23–26 กันยายน 2569
- เรือแคนูสลาลอม: แข่งขันระหว่างวันที่ 29 กันยายน–2 ตุลาคม 2569
เสียงเชียร์ของคนไทยอาจไม่ได้ช่วยยกบาร์เบลหรือทำให้เรือแล่นเร็วขึ้นโดยตรง แต่สามารถเติมพลังใจให้นักกีฬารู้ว่าพวกเขาไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง ทุกหยดเหงื่อ ทุกความเหนื่อยล้า และทุกวินาทีในการฝึกซ้อมมีคนไทยเฝ้าติดตามและภาคภูมิใจอยู่เสมอ
กฟผ. เชียร์ทัพนักกีฬาไทยสู่เอเชียนเกมส์ 2026 และขอชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาทุกคน ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร การได้ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติอย่างเต็มที่ก็ถือเป็นชัยชนะที่น่าภูมิใจแล้ว มาร่วมเชียร์และส่งพลังบวกให้นักกีฬาไทยก้าวลงสนามด้วยความมั่นใจ พร้อมสร้างความสุขให้คนไทยไปด้วยกัน
ที่มา – กฟผ. เคียงข้างทุกความฝัน ชวนคนไทยส่งพลังใจ เชียร์ทัพนักกีฬาไทยสู่เอเชียนเกมส์ 2026








