กมธ.กฎหมายฯ รับฟังปัญหาหลังเปิดใช้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่

เชื่อว่าหลายคนที่ติดตามข่าวสารในพื้นที่ภาคใต้คงทราบดีว่า มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมากหลังจากที่มีการเปิดใช้งานด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ล่าสุดคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายรังสิมันต์ โรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้ลงพื้นที่เพื่อศึกษาดูงานและกมธ.กฎหมายฯรับฟังปัญหาหลังเปิดใช้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่เศรษฐกิจซบเซา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในพื้นที่ด่านนอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

กมธ.กฎหมายฯรับฟังปัญหาหลังเปิดใช้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่เศรษฐกิจซบเซา

การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะผู้ประกอบการกว่า 100 ชีวิต ทั้งตัวแทนโรงแรมและภาคประชาชน ได้เข้าสะท้อนปัญหาว่าทำไมพื้นที่ที่เคยคึกคักอย่างเมืองด่านนอกถึงเงียบเหงาลงถนัดตา สาเหตุหลักมาจากการที่นักท่องเที่ยวถูกดึงให้ตรงเข้าสู่ตัวเมืองหาดใหญ่โดยไม่แวะพักในพื้นที่เดิม ซึ่งขัดกับแผนงานที่เคยตกลงกันไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการ

มุมมองจาก พ.ต.อ.ทวี ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า กมธ.กฎหมายฯรับฟังปัญหาหลังเปิดใช้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่เศรษฐกิจซบเซา โดยชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการจัดการเชิงโครงสร้าง ซึ่งจริงๆ แล้วด่านใหม่ควรเน้นเรื่องโลจิสติกส์ แต่ด่านเก่าควรเน้นการท่องเที่ยวเพื่อให้เศรษฐกิจท้องถิ่นยังคงหมุนเวียนได้ แต่เมื่อการบริหารจัดการไม่เป็นไปตามสัญญาประชาคม จึงเกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ดังนี้:

  • ปริมาณนักท่องเที่ยวในเขตเทศบาลตำบลสำนักขามลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ธุรกิจโรงแรมและการค้าขายได้รับผลกระทบทางตรง
  • ขาดการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ในการวางระบบบริหารจัดการ

ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องกฎหมายเสียทีเดียว แต่เป็นเรื่องของความใส่ใจในการบริหารจัดการ ซึ่งด่านสะเดานับเป็นประตูหน้าด่านที่มีมูลค่าการค้ามหาศาลเกือบ 300,000 ล้านบาทต่อปี การละเลยผลกระทบของชุมชนจึงเป็นเรื่องที่ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน

นอกเหนือจากเรื่องด่านศุลกากร ทางคณะกรรมาธิการยังเน้นย้ำเรื่องการยึดถือหลักนิติธรรมในการแก้ปัญหาภาคใต้ การจะทำให้พื้นที่ชายแดนใต้สงบสุขได้นั้น ต้องเริ่มจากการสร้างความเชื่อมั่นและการทุจริตคอร์รัปชันต้องหมดไป เพื่อให้ประชาชนสามารถทำมาหากินได้อย่างปกติสุขโดยไม่ต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ในฐานะผู้สังเกตการณ์ เราหวังว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้รับฟังมาในครั้งนี้ จะนำไปสู่การเจรจาระดับทวิภาคีที่มีประสิทธิภาพ และรัฐบาลจะเร่งหามาตรการเยียวยาธุรกิจท้องถิ่นให้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง เพราะหัวใจของเศรษฐกิจชายแดนคือการที่คนท้องถิ่นต้องอยู่ได้ด้วยครับ

ที่มา – กมธ.กฎหมายฯรับฟังปัญหาหลังเปิดใช้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่เศรษฐกิจซบเซา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *