กมธ.กระจายอำนาจฯ เสนอ 3 แนวทางยกระดับ รพ.สต.
การยกระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. เป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและมีข้อจำกัดในการเดินทางไปรับบริการจากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ล่าสุดคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอแนวทางพัฒนา รพ.สต. เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
สาระสำคัญของข้อเสนอครั้งนี้มุ่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อปท. ทั้งด้านสถานะของหน่วยบริการ งบประมาณ บุคลากร และความคล่องตัวในการบริหารจัดการ โดยแนวทางทั้งหมดต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง ท้องถิ่น บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนในพื้นที่
กมธ.กระจายอำนาจฯ เสนอ 3 แนวทางยกระดับ รพ.สต.
ข้อเสนอของ กมธ. มีเป้าหมายให้ รพ.สต. สามารถทำหน้าที่เป็นหน่วยบริการสุขภาพใกล้บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลางไปยังท้องถิ่นเท่านั้น แต่ต้องมีการสนับสนุนทรัพยากรที่เพียงพอและเหมาะสมกับภารกิจของแต่ละแห่ง โดยมี 3 แนวทางสำคัญดังนี้
แนวทางที่ 1 ยกระดับสถานบริการสาธารณสุขชุมชนเป็น รพ.สต.
ปัจจุบันยังมีสถานบริการสาธารณสุขชุมชนทั่วประเทศจำนวน 48 แห่ง ที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกล แต่ยังไม่ได้รับการยกระดับเป็น รพ.สต. อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้หน่วยบริการเหล่านี้อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงงบประมาณ บุคลากร เครื่องมือแพทย์ และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดูแลประชาชน
กมธ. จึงเสนอให้พิจารณาปรับสถานะหน่วยบริการดังกล่าวให้เหมาะสมกับภารกิจและความต้องการของพื้นที่ การยกระดับจะช่วยให้ประชาชนได้รับบริการตรวจรักษา ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และฟื้นฟูสุขภาพใกล้บ้านมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาเดินทาง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และผู้มีรายได้น้อย
แนวทางที่ 2 แก้ปัญหางบประมาณและบุคลากร
หลังจากมีการถ่ายโอน รพ.สต. ให้แก่ อปท. หลายพื้นที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น ทั้งค่าใช้จ่ายประจำ ค่าวัสดุทางการแพทย์ ค่าบำรุงรักษาอาคาร และค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดบริการสุขภาพ หากได้รับงบประมาณไม่สอดคล้องกับภารกิจ อาจส่งผลต่อคุณภาพและความต่อเนื่องของบริการ
ข้อเสนอจึงเน้นการจัดสรรงบประมาณให้พิจารณาจากหลายปัจจัย ได้แก่ ขนาดของหน่วยบริการ จำนวนบุคลากร จำนวนประชากรที่รับผิดชอบ ลักษณะภูมิประเทศ และภารกิจด้านสุขภาพของแต่ละพื้นที่ การใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับทุกแห่งอาจไม่ตอบโจทย์ เพราะ รพ.สต. ในชุมชนเมืองมีความต้องการแตกต่างจาก รพ.สต. บนพื้นที่สูงหรือในพื้นที่ชายแดน
นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องทบทวนข้อจำกัดด้านระเบียบและการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 เพื่อให้ อปท. สามารถวางแผนการทำงานได้อย่างชัดเจน มีงบประมาณเพียงพอ และบริหารบุคลากรได้อย่างเหมาะสม การมีเจ้าหน้าที่เพียงพอจะช่วยให้ รพ.สต. สามารถจัดบริการเชิงรุก เช่น การเยี่ยมบ้าน การคัดกรองโรคเรื้อรัง และการส่งเสริมสุขภาพในชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
แนวทางที่ 3 เพิ่มความคล่องตัวให้ท้องถิ่นบริหาร รพ.สต.
กมธ. เสนอให้ทบทวนกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นปรับขนาด ยกระดับ และพัฒนาเครือข่าย รพ.สต. ได้ตามบริบทของพื้นที่ การบริหารจัดการไม่ควรถูกจำกัดด้วยขั้นตอนจากส่วนกลางที่ใช้เวลานานจนไม่สามารถตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงได้ทัน
แต่ละพื้นที่มีจำนวนประชากร ลักษณะทางภูมิศาสตร์ และปัญหาสุขภาพแตกต่างกัน บางแห่งอาจต้องเพิ่มบุคลากรด้านผู้สูงอายุ ขณะที่บางแห่งอาจต้องพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง การให้อำนาจท้องถิ่นออกแบบบริการด้วยตนเองจะช่วยให้การทำงานสอดคล้องกับความต้องการจริงของประชาชน
- ลดขั้นตอนการขออนุมัติจากหน่วยงานส่วนกลางที่ไม่จำเป็น
- เปิดทางให้ท้องถิ่นจัดทำเครือข่ายบริการสุขภาพตามสภาพพื้นที่
- สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและระบบแพทย์ทางไกล
- ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการกำหนดทิศทางบริการ
- ติดตามและประเมินคุณภาพบริการอย่างโปร่งใส
หัวใจของการกระจายอำนาจคือคุณภาพบริการของประชาชน การถ่ายโอนภารกิจจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว มีมาตรฐาน และต่อเนื่อง ดังนั้น การสนับสนุนด้านงบประมาณ บุคลากร และกฎหมายจึงต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน ไม่ควรปล่อยให้ท้องถิ่นรับภาระโดยไม่มีทรัพยากรเพียงพอ
การผลักดันตามแนวทางที่ กมธ. เสนอ จะช่วยให้ รพ.สต. มีศักยภาพในการเป็นด่านหน้าด้านสุขภาพของชุมชนมากขึ้น ประชาชนจะได้รับการดูแลตั้งแต่การป้องกันโรค การตรวจคัดกรอง การรักษาเบื้องต้น ไปจนถึงการส่งต่ออย่างเป็นระบบ หากทุกหน่วยงานร่วมกันปรับกติกาและสนับสนุนการทำงานอย่างจริงจัง แนวทางนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของระบบสาธารณสุขท้องถิ่นที่เข้มแข็ง
โดยสรุป กมธ.กระจายอำนาจฯ เสนอ 3 แนวทางยกระดับ รพ.สต. ได้แก่ การยกระดับสถานบริการสาธารณสุขชุมชน การแก้ไขปัญหางบประมาณและบุคลากร และการเพิ่มอำนาจให้ท้องถิ่นบริหารจัดการได้คล่องตัวมากขึ้น ความสำเร็จของแนวทางนี้ควรวัดจากประโยชน์ที่ประชาชนได้รับเป็นสำคัญ หากบริการสุขภาพเข้าถึงง่ายและมีคุณภาพ ชุมชนก็จะมีความมั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน