กมธ.การทหารฯ ลงพื้นที่รับทราบความมั่นคงสังคมและบทบาทวัด
กมธ.การทหารฯ ลงพื้นที่รับทราบความมั่นคงในเชิงมิติสังคมและบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจ
ในวันที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ ได้ลงพื้นที่จังหวัดระนอง เพื่อสำรวจและรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงในเชิงมิติสังคม โดยเฉพาะบทบาทสำคัญของวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจของประชาชน พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ นำคณะผู้แทนประกอบด้วย นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธานคนที่หนึ่ง ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธานคนที่สอง นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกและเลขานุการ นายนิรุตติ สุทธินนท์ ที่ปรึกษา นายวิรัตน์ ธรรมบำรุง ที่ปรึกษา นายธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี กรรมาธิการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และนักวิชาการประจำคณะ เดินทางนมัสการพระพุทธรูปประจำวัดสุวรรณคีรีวิหาร ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่และมีคุณค่าทางศาสนา-วัฒนธรรมของจังหวัดระนอง

วัดสุวรรณคีรีวิหาร สร้างขึ้นใหม่ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หลังจากวัดเดิมเสื่อมสลายจากภัยธรรมชาติ การบูรณะวัดแห่งนี้ไม่เพียงเพื่อบำรุงพระพุทธศาสนา แต่ยังแสดงถึงความมั่นคงของบ้านเมืองในสมัยนั้น ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกองทัพในการรักษาเอกราช อธิปไตย และความสงบเรียบร้อย วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ส่งเสริมความสามัคคี ขวัญกำลังใจ และความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณของประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการปกป้องชาติและเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ
กมธ.การทหารฯ ลงพื้นที่รับทราบความมั่นคงในเชิงมิติสังคม
หลังจากนมัสการวัด คณะได้เดินทางต่อไปยังพระราชวังรัตนรังสรรค์ ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง เวลา 09.00 – 10.00 น. โดยได้รับการต้อนรับจากนายกเทศมนตรีเมืองระนอง นายพินิจ ตันสกุล กมธ.การทหารฯ ลงพื้นที่รับทราบความมั่นคงในเชิงมิติสังคม ครั้งนี้เพื่อศึกษาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์

พระราชวังรัตนรังสรรค์ สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์การเสด็จประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ระหว่างเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ตั้งอยู่เชิงเขารัตนรังสรรค์ ถนนลุวัง สร้างจากไม้สักและไม้ตะเคียนทอง ประกอบด้วยอาคารท้องพระโรง อาคารทรงงาน และอาคารทรงแปดเหลี่ยมเชื่อมด้วยสะพานไม้ จัดแสดงเรื่องราวพระราชกรณียกิจและความเจริญรุ่งเรืองทางการค้าของระนอง นอกจากนี้ยังมีหอพระแก้วเกจิ ประดิษฐานรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ที่ประชาชนเคารพ
บทบาทของวัดและสถานที่ประวัติศาสตร์ในการเสริมสร้างความมั่นคง
การเสด็จประพาสของพระมหากษัตริย์ไม่เพียงเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้ราษฎรและกองทัพ แต่ยังยืนยันถึงความสำคัญของพื้นที่ชายแดนใต้ในด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง การปกป้องอธิปไตย และการพัฒนาบ้านเมือง พระราชวังรัตนรังสรรค์จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ กองทัพ และประชาชน ในการธำรงรักษาความมั่นคงของชาติ


ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเกี่ยวกับความท้าทายด้านความมั่นคงในมิติสังคม เช่น การใช้ศาสนาและวัฒนธรรมในการสร้างความสามัคคีชุมชน
- บทบาทวัดในการเป็นศูนย์รวมจิตใจ ช่วยลดความขัดแย้งและเสริมสร้างความยั่งยืนทางสังคม
- สถานที่ประวัติศาสตร์อย่างพระราชวัง ช่วยรำลึกถึงพระราชกรณียกิจที่ส่งเสริมการพัฒนาและความมั่นคง
- การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นในการเฝ้าระวังและรักษาความสงบ
ข้อมูลเหล่านี้จะนำไปประกอบการพิจารณาตามหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ
ความมั่นคงในเชิงมิติสังคมไม่ใช่แค่เรื่องการทหาร แต่รวมถึงการสร้างรากฐานทางจิตใจและวัฒนธรรม ซึ่งวัดและสถานที่ประวัติศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่ง การลงพื้นที่ของ กมธ.การทหารฯ ลงพื้นที่รับทราบความมั่นคงในเชิงมิติสังคมและบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจ แสดงให้เห็นถึงแนวทางบูรณาการที่ครอบคลุม เพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืนของประเทศ
ในมุมมองของผู้เขียน การเยี่ยมเยียนสถานที่เหล่านี้ไม่เพียงเป็นการตรวจสอบ แต่เป็นการย้ำเตือนถึงคุณค่าของมรดกชาติที่ช่วยผนึกความสามัคคี หากคุณสนใจเรื่องความมั่นคงและวัฒนธรรมไทย ลองแวะไปเยี่ยมวัดสุวรรณคีรีวิหารหรือพระราชวังรัตนรังสรรค์ที่ระนองดูนะครับ จะได้เข้าใจมากขึ้น
ที่มา – “กมธ.การทหารฯ”ลงพื้นที่รับทราบความมั่นคงในเชิงมิติสังคมและบทบาทของวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจ



