กมธ.ทรัพยากรฯ วุฒิฯ ชี้ ส.ป.ก.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยโรงงานแป้งมัน
เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ส.ว. ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้ออกมาชี้แจงถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบโรงงานแป้งมันในจังหวัดนครราชสีมา ที่มีอดีตรัฐมนตรีเป็นจำเลยในคดีนี้ ปรากฏว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาชี้แจงมาอย่างครบถ้วน ทำให้มีข้อสรุปชัดเจนแล้ว ว่ามีเจ้าหน้าที่ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการติดตามคดีที่มีคำพิพากษาเมื่อปี พ.ศ. 2551
กมธ.ทรัพยากรฯ วุฒิฯ ชี้ ส.ป.ก.ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยโรงงานแป้งมัน
ในคำตกลงประนีประนอมที่ระบุไว้ในคดีนั้น จำเลยจะต้องดำเนินการ 3 ข้อ ได้แก่ ออกจากที่ดิน, ฟื้นฟูบ่อบำบัดทั้งหมด 8 บ่อ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยไร่ และหากปฏิบัติไม่ได้ ต้องชำระเงินจำนวน 26 ล้านบาทภายใน 6 เดือน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือไม่มีการบังคับคดีอย่างเป็นรูปธรรม กลับมีการลงนามอนุญาตให้โรงงานสามารถใช้ที่ดินต่อได้ แม้เงื่อนไขในเอกสารระบุชัดเจนว่าห้ามผู้ใดใช้ที่ดินในพื้นที่ แต่ปัจจุบันมีการใช้งานจริงมาตลอดสิบกว่าปี
ผู้บริหารก่อนหน้ามีส่วนเกี่ยวข้อง?
ผลกระทบจากการละเลยของ ส.ป.ก. ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์จากที่ดินโดยไม่เป็นไปตามกฎหมายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 47 ไร่ ซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลของกรมป่าไม้ หากยืนยันว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวน โรงงานจะต้องยุติการดำเนินงานและรื้อถอนออกอย่างเด็ดขาด
รายงานยังระบุว่า รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ไม่จำเป็นต้องเข้าชี้แจงอีกต่อไป เนื่องจากมีชื่อเป็นจำเลยในคดีนี้ตั้งแต่ 20 ปีก่อน และเป็นการชัดเจนว่ามีการละเมิดหน้าที่อย่างร้ายแรง
- การไม่บังคับคดีตามคำพิพากษา
- อนุญาตใช้ที่ดินโดยข้ามเงื่อนไข
- ปล่อยให้ที่ดินในป่าสงวนถูกใช้งานผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้ตั้งใจจะเร่งสรุปผลการตรวจสอบและส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ผู้ละเลยหน้าที่อย่างจริงจัง
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาระยะยาวของการบริหารที่ดินในประเทศไทย และความจำเป็นในการกวดขันกฎระเบียบที่มีอยู่ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ของประเทศ
หากคุณสนใจติดตามข่าวสารด้านสิ่งแวดล้อม ที่ดิน และความโปร่งใสของรัฐ ก็ควรให้ความสำคัญกับประเด็นเช่นนี้ เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและทรัพยากรของคนรุ่นต่อไป