กมธ.ทหารแฉ ปืน M16 กองทัพเรือโผล่คดีลอบสังหารกมลศักดิ์
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมกำลังจับตามองเป็นอย่างมาก เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลจากคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับกรณีที่กมธ.ทหารแฉ ปืน M16 กองทัพเรือโผล่คดีลอบสังหารกมลศักดิ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกองทัพอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความอ่อนไหวสูง
กมธ.ทหารแฉ ปืน M16 กองทัพเรือโผล่คดีลอบสังหารกมลศักดิ์
ในการแถลงข่าว นายชยพล สท้อนดี สส.พรรคประชาชน ได้นำเอกสารหลักฐานสำคัญมาเปิดเผย โดยระบุว่าอาวุธปืน M16 เลขซีเรียลนัมเบอร์ 234098 และ 8122935 ที่ใช้ในคดีลอบสังหารนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นั้น แท้จริงแล้วเป็นปืนที่กองทัพเรือระบุว่าได้ทำลายไปแล้ว ข้อมูลนี้ขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของกองทัพเรือที่ยืนยันว่าปืนทุกกระบอกในความควบคุมได้เข้าสู่กระบวนการทำลายอย่างถูกต้องครบถ้วน
เบื้องลึกความผิดปกติในกระบวนการทำลายอาวุธ
ทางด้าน นาวาโท กิตติภพ แพออโน กมธ.การทหาร ได้ชี้ให้เห็นช่องโหว่ของกระบวนการทำลายอาวุธของกองทัพเรือ ซึ่งโดยปกติจะใช้วิธีการตัดชิ้นส่วนแล้วนำไปฝังกลบ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีปืนเล็ดรอดออกไปได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีการเตือนมิให้มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวในพื้นที่ฝังกลบ เพราะอาจมีการนำชิ้นส่วนอื่นมาแอบฝังเพื่ออำพรางความผิดได้ กรณีกมธ.ทหารแฉ ปืน M16 กองทัพเรือโผล่คดีลอบสังหารกมลศักดิ์จึงเป็นบททดสอบสำคัญของความโปร่งใสในกองทัพไทย
- เรียกร้องให้มีการตั้งหน่วยงานกลางเพื่อสอบสวนขยายผล
- จี้ตรวจสอบคณะกรรมการปลดระวางปืนล็อตที่เป็นปัญหา
- ผลักดันให้ทำฐานข้อมูลอัตลักษณ์วิถีกระสุนปืนหลวงทุกกระบอก
ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องอาวุธหาย แต่ยังลามไปถึงความเชื่อมโยงกับบุคลากรและยานพาหนะของรัฐที่อาจเกี่ยวข้องกับคดีนี้ นายรอมฎอน ปันจอร์ ได้เน้นย้ำว่ากระทรวงกลาโหมและนายกรัฐมนตรีต้องเร่งดำเนินการให้ความจริงปรากฏ เพื่อกู้คืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหายและฟื้นฟูศรัทธาของประชาชนในพื้นที่ หากกองทัพไร้ซึ่งการตรวจสอบ สังคมย่อมตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยของอาวุธสงครามที่อยู่ในมือหน่วยงานรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้