กมธ.ที่ดินไล่บี้หน่วยงานสระบุรี หลังนายทุนลอบปล่อยน้ำเสีย
ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมนับเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดเกิดประเด็นร้อนแรงในจังหวัดสระบุรี เมื่อมีการตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ ต่อกรณี ‘กมธ.ที่ดิน’ ไล่กวดหน่วยงานราชการสระบุรี ปล่อยนายทุนอุตสาหกรรม ลอยนวล ลอบปล่อยน้ำเสียส่งกลิ่นฟุ้งกระจาย ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงอย่างหนัก โดย น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี และคณะกรรมาธิการที่ดินฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกเพื่อหาข้อเท็จจริง
‘กมธ.ที่ดิน’ ไล่กวดหน่วยงานราชการสระบุรี ปล่อยนายทุนอุตสาหกรรม ลอยนวล ลอบปล่อยน้ำเสียส่งกลิ่นฟุ้งกระจาย
จากการเปิดเผยข้อมูลพบว่า สถานการณ์มลพิษในพื้นที่ยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น แม้ว่าจะมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่งแล้วก็ตาม นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี ย้ำชัดว่าหากสถานการณ์น้ำเสียยังไม่ถูกจัดการอย่างเป็นรูปธรรม จะมีการยกระดับการตรวจสอบจากกรรมาธิการชุดอื่นๆ เช่น กรรมาธิการอุตสาหกรรม และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ เพื่อติดตามกรณีที่ ‘กมธ.ที่ดิน’ ไล่กวดหน่วยงานราชการสระบุรี ปล่อยนายทุนอุตสาหกรรม ลอยนวล ลอบปล่อยน้ำเสียส่งกลิ่นฟุ้งกระจาย อย่างถึงที่สุด
เบื้องลึกปัญหาการปนเปื้อนและท่อน้ำปริศนา
หน่วยงานอย่างกรมควบคุมมลพิษได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำและตรวจพบการปนเปื้อนของโลหะหนักและสารหนูเกินมาตรฐานในห้วยตะเข้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นพฤติกรรมลักลอบปล่อยที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว นอกจากนี้ การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการยังพบความผิดปกติที่น่าตกใจดังนี้:
- พบท่อปริศนาที่ต่อออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม มุดลงใต้ดินเพื่อลักลอบปล่อยน้ำเสียข้ามฝั่งถนน
- พบซากปลาตายจำนวนมากในลำน้ำใกล้เคียง สะท้อนถึงคุณภาพน้ำที่วิกฤต
- มีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้โดยโรงงานที่เป็นประเด็น ซึ่งกรมป่าไม้ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีแล้ว
ความพยายามของ ‘กมธ.ที่ดิน’ ไล่กวดหน่วยงานราชการสระบุรี ปล่อยนายทุนอุตสาหกรรม ลอยนวล ลอบปล่อยน้ำเสียส่งกลิ่นฟุ้งกระจาย ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะกดดันให้หน่วยงานรัฐต้องเปลี่ยนจากการเฝ้าดูรายงานแบบกระดาษ มาสู่การลงพื้นที่ตรวจสอบจริงจังเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของคนในจังหวัดสระบุรี โดยประชาชนคาดหวังว่าจะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และการลงโทษผู้กระทำผิดต้องเกิดขึ้นอย่างโปร่งใส เพื่อให้สิ่งแวดล้อมกลับคืนมาสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด