กมธ.ป.ป.ช. หารือ ก.พ. ขอข้อมูลเปรียบเทียบการจัดสอบกับท้องถิ่น

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับการทุจริตในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เมื่อคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ หรือ กมธ.ป.ป.ช. นำโดยนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อถอดบทเรียนและหาแนวทางป้องกันการทุจริตในอนาคต

กมธ.ป.ป.ช. หารือ ก.พ. ขอข้อมูลเปรียบเทียบการจัดสอบกับท้องถิ่น

การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของทุกภาคส่วนที่จะยกระดับมาตรฐานการสอบบรรจุข้าราชการให้โปร่งใสที่สุด โดยประเด็นหลักที่ทาง กมธ.ป.ป.ช. หารือ ก.พ. ขอข้อมูลเปรียบเทียบการจัดสอบกับท้องถิ่น นั้นมีเป้าหมายสำคัญคือการนำมาตรฐานการคัดเลือกคนดีและคนเก่งเข้าสู่ระบบราชการแบบเดียวกับ ก.พ. ไปปรับใช้กับการสอบท้องถิ่น เพื่อลดช่องว่างที่อาจเกิดการทุจริตได้ในอนาคต

ทำไมต้องเปรียบเทียบมาตรฐานการสอบ?

ทางคณะกรรมาธิการฯ มองว่า ก.พ. มีระบบการจัดการที่รัดกุมมาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของข้อสอบและการตรวจผลคะแนน ซึ่ง นายอาสพลธ์ ได้ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้มีการผลักดันร่าง พ.ร.บ. บริหารบุคคลส่วนท้องถิ่น เพื่อเปิดทางให้ ก.พ. เข้ามามีบทบาทในการจัดสอบภาค ก. ให้กับท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อสร้างมาตรฐานที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ

  • ความเป็นมืออาชีพของ ก.พ.: ก.พ. ดำเนินการออกข้อสอบเองทั้งหมด ไม่ผ่านหน่วยงานภายนอก เพื่อป้องกันการรั่วไหล
  • ความรัดกุมในการตรวจ: ใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์ที่จำกัดสิทธิ์เข้าถึง และมีการทำลายข้อมูลรวมถึงกระดาษคำตอบด้วยวิธีการที่ปลอดภัยที่สุด
  • การก้าวสู่ยุคดิจิทัล: ตั้งเป้าหมายในอีก 3 ปีข้างหน้า จะเลิกสอบแบบกระดาษและใช้ระบบคอมพิวเตอร์แบบ 100%

ทางด้านเลขาธิการ ก.พ. ได้ให้แง่คิดที่น่าสนใจว่า การปล่อยให้มีการทุจริตในการสอบ ไม่ใช่แค่เรื่องผิดกฎหมาย แต่คือภาระงบประมาณมหาศาล เพราะเมื่อคนที่ไม่เหมาะสมหลุดเข้ามาเป็นข้าราชการ รัฐต้องแบกรับค่าใช้จ่ายและเงินบำนาญตลอดช่วงอายุการทำงาน ซึ่งมูลค่ารวมอาจสูงถึง 30 ล้านบาทต่อคนเลยทีเดียว ดังนั้น การป้องกันตั้งแต่ต้นทางจึงเป็นเรื่องที่คุ้มค่าที่สุด

การที่ กมธ.ป.ป.ช. หารือ ก.พ. ขอข้อมูลเปรียบเทียบการจัดสอบกับท้องถิ่น ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการคัดเลือกข้าราชการไทยให้มีความโปร่งใสและยุติธรรมมากยิ่งขึ้น หากความร่วมมือนี้เกิดขึ้นได้จริง ประชาชนก็มั่นใจได้ว่าจะได้บุคลากรที่ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง ไม่ใช่คนที่ใช้วิธีทางลัดเพื่อเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์

ที่มา – ‘กมธ.ป.ป.ช.’ หารือ ก.พ. ขอข้อมูลเปรียบเทียบการจัดสอบกับท้องถิ่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *