กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจจี้กวาดล้างกองถ่ายศูนย์เหรียญ

ปัญหา กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจจี้กวาดล้างกองถ่ายศูนย์เหรียญ กลายเป็นประเด็นสำคัญที่คนในวงการภาพยนตร์และผู้ประกอบการไทยจับตามอง หลังมีการร้องเรียนว่ากองถ่ายจากต่างประเทศบางกลุ่มเข้ามาดำเนินงานในประเทศไทยโดยนำเข้าอุปกรณ์และแรงงานจากประเทศต้นทางเองทั้งหมด ส่งผลให้ธุรกิจไทยสูญเสียโอกาสในการให้บริการและอาจสูญเสียรายได้รวมหลักแสนล้านบาทในระยะยาว

คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร จึงเชิญกลุ่มผู้ประกอบการให้เช่าอุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์เข้าหารือ เพื่อรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีการนำเข้ากล้อง ไฟ อุปกรณ์บันทึกเสียง และเครื่องมือสนับสนุนการผลิตโดยไม่เช่าใช้บริการจากผู้ประกอบการไทย รวมถึงข้อกังวลเรื่องการใช้แรงงานต่างชาติที่อาจไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง

กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจจี้กวาดล้างกองถ่ายศูนย์เหรียญ

แนวคิดเรื่องกองถ่ายศูนย์เหรียญหมายถึงการที่กิจกรรมถ่ายทำเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เม็ดเงินส่วนใหญ่ไม่ได้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างเต็มที่ กองถ่ายลักษณะนี้อาจนำอุปกรณ์จากต่างประเทศเข้ามาเอง ใช้ทีมงานจากประเทศต้นทาง และให้บริการกันเองภายในเครือข่ายของบริษัทต่างชาติ ทำให้ธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์ บริษัทจัดหาแรงงาน ผู้ประสานงานท้องถิ่น ตลอดจนช่างเทคนิคไทยไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร

ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ โฆษณา สารคดี และงานบันเทิงระดับนานาชาติ เพราะมีสถานที่หลากหลาย ต้นทุนการผลิตแข่งขันได้ และมีบุคลากรที่มีทักษะจำนวนมาก รัฐบาลจึงออกมาตรการสนับสนุน เช่น เงินคืนบางส่วนหรือ Cash Rebate เพื่อดึงดูดกองถ่ายจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หากมาตรการดังกล่าวไม่เชื่อมโยงกับการจ้างงานและการใช้บริการจากผู้ประกอบการไทยอย่างเหมาะสม ผลประโยชน์ก็อาจตกอยู่กับบริษัทต่างชาติเพียงบางกลุ่ม

สาเหตุที่กองถ่ายศูนย์เหรียญกระทบผู้ประกอบการไทย

ผู้ประกอบการไทยระบุว่า บริษัทต่างชาติบางแห่งเข้ามาจดทะเบียนเป็นบริษัทตัวแทนในประเทศด้วยทุนจดทะเบียนไม่สูง แต่กลับนำเข้าอุปกรณ์จำนวนมากเพื่อให้บริการแก่กองถ่ายจากประเทศเดียวกัน การดำเนินธุรกิจในรูปแบบนี้อาจทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เพราะบริษัทเหล่านี้มีต้นทุนต่ำกว่าผู้ประกอบการไทยที่ต้องเสียภาษี นำเข้าอุปกรณ์ตามขั้นตอน และจ้างแรงงานที่มีใบอนุญาต

นอกจากปัญหาด้านการเช่าอุปกรณ์แล้ว ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการนำแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานโดยไม่ผ่านระบบใบอนุญาต หากเกิดกรณีดังกล่าวจริง จะกระทบทั้งแรงงานไทยที่ถูกตัดโอกาสและภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมากอาจไม่ถูกบันทึกหรือไม่ปรากฏในระบบภาษีอย่างครบถ้วน

  • ผู้ประกอบการไทยสูญเสียรายได้จากการให้เช่าอุปกรณ์
  • ช่างเทคนิคและแรงงานไทยมีโอกาสได้รับงานลดลง
  • รัฐอาจจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมได้ไม่เต็มจำนวน
  • เกิดการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียมระหว่างธุรกิจไทยกับทุนต่างชาติ
  • บุคลากรไทยขาดโอกาสพัฒนาทักษะจากการทำงานจริงในกองถ่ายระดับนานาชาติ

ช่องโหว่ด้านการตรวจสอบและมาตรการส่งเสริม

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือการตรวจสอบอุปกรณ์ที่นำเข้ามาชั่วคราวผ่านระบบค้ำประกันศุลกากร หรือ ATA Carnet หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องตรวจสอบว่าอุปกรณ์ถูกนำเข้ามาตามรายการจริง ใช้งานตามวัตถุประสงค์ และส่งกลับออกนอกประเทศภายในเวลาที่กำหนดหรือไม่ หากอุปกรณ์บางส่วนถูกนำมาใช้เชิงพาณิชย์ต่อเนื่องหรือถูกนำไปให้เช่าโดยไม่ผ่านกฎหมาย ย่อมจำเป็นต้องมีมาตรการตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีอย่างเหมาะสม

ส่วนกองถ่ายที่ขอรับสิทธิประโยชน์ Cash Rebate หรือ Incentive จะต้องยื่นเอกสารรายรับและรายจ่ายตามหลักเกณฑ์ โดยมาตรการคืนเงินอาจอยู่ที่ประมาณ 15-30% สำหรับโครงการที่มีเงินลงทุนถึงเกณฑ์ที่กำหนด ระบบดังกล่าวช่วยให้รัฐเห็นข้อมูลการใช้จ่ายได้ชัดเจน แต่กองถ่ายขนาดเล็กที่มีเงินลงทุนไม่ถึงเกณฑ์อาจไม่ได้อยู่ภายใต้การตรวจสอบในระดับเดียวกัน จึงควรมีฐานข้อมูลกลางที่ครอบคลุมกองถ่ายทุกประเภท

นอกจากนี้ งบประมาณสำหรับจ่ายเงินคืนแก่กองถ่ายต่างประเทศยังมีจำกัด เมื่อมีโครงการเข้าร่วมจำนวนมาก รัฐอาจเกิดภาวะค้างจ่ายหรือจ่ายล่าช้า ซึ่งกระทบความเชื่อมั่นของผู้ผลิตต่างชาติ บางบริษัทอาจตัดสินใจย้ายไปถ่ายทำในประเทศเพื่อนบ้านที่มีระบบอนุมัติและจ่ายเงินรวดเร็วกว่า ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงต้องทำควบคู่กันทั้งการป้องกันการใช้สิทธิผิดวัตถุประสงค์และการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ

แนวทางแก้ปัญหาเพื่อสร้างประโยชน์ให้ไทย

การแก้ปัญหากองถ่ายศูนย์เหรียญควรเริ่มจากการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร กรมการจัดหางาน กรมการท่องเที่ยว กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และหน่วยงานด้านการจดทะเบียนธุรกิจ หากทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน จะช่วยให้ตรวจสอบได้ว่ากองถ่ายใดนำเข้าอุปกรณ์ กองถ่ายใดขอใบอนุญาตทำงาน และบริษัทใดมีการประกอบธุรกิจตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่

ภาครัฐควรกำหนดเงื่อนไขที่ชัดเจนสำหรับโครงการที่ได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น ต้องใช้บริการเช่าอุปกรณ์จากผู้ประกอบการไทยในสัดส่วนที่เหมาะสม ต้องจ้างแรงงานไทยตามระดับทักษะที่กำหนด และต้องแสดงบัญชีค่าใช้จ่ายอย่างโปร่งใส สำหรับกองถ่ายขนาดเล็กที่ไม่ได้ขอรับ Cash Rebate ก็ควรมีระบบลงทะเบียนและรายงานข้อมูลพื้นฐาน เพื่อให้หน่วยงานสามารถติดตามได้โดยไม่สร้างภาระเกินความจำเป็น

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยควรได้รับการสนับสนุนให้พัฒนามาตรฐานบริการ อุปกรณ์ และทักษะบุคลากร เพื่อแข่งขันกับตลาดต่างประเทศได้ดีขึ้น การสร้างฐานข้อมูลบริษัทไทยที่ผ่านการรับรอง การจัดทำแพ็กเกจบริการแบบครบวงจร และการประชาสัมพันธ์ศักยภาพทีมงานไทยไปยังผู้ผลิตต่างชาติ จะช่วยให้กองถ่ายเห็นคุณค่าของการใช้บริการในประเทศมากขึ้น

กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจจี้กวาดล้างกองถ่ายศูนย์เหรียญ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ แต่เป็นการเรียกร้องให้การแข่งขันอยู่บนกติกาที่เป็นธรรม กองถ่ายต่างชาติยังสามารถเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ผลิตผลงานได้ เพียงต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เสียภาษี ใช้แรงงานอย่างถูกต้อง และแบ่งปันโอกาสให้ธุรกิจไทยมีส่วนร่วมอย่างเหมาะสม

ในมุมมองของผู้เขียน การดึงดูดกองถ่ายต่างประเทศจะเกิดประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อเม็ดเงินกระจายไปยังผู้ประกอบการไทยและแรงงานในหลายระดับ รัฐจึงควรเร่งตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับร้องเรียน พร้อมประกาศผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกฝ่าย หากแก้ไขได้ตรงจุด ประเทศไทยจะยังคงเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำที่มีศักยภาพ และสามารถเปลี่ยนโอกาสจากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ให้กลายเป็นรายได้ของคนไทยอย่างแท้จริง

ที่มา – ‘กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ’ จี้รัฐกวาดล้าง ‘กองถ่ายศูนย์เหรียญ’ ทำผู้ประกอบการไทยสูญรายได้หลักแสนล้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *