กมธ.พิทักษ์สถาบันฯ สวนกลับวาทกรรมก้าวล่วงองคมนตรี

กมธ.พิทักษ์สถาบันฯ สวนกลับวาทกรรมก้าวล่วงองคมนตรี

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อกรณีที่มีการเคลื่อนไหวจากฝั่งการเมือง ทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่และอดีตแกนนำพรรคก้าวไกล เกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคณะองคมนตรี ซึ่งทาง กมธ. มองว่านี่คือ กมธ.พิทักษ์สถาบันฯ สวนกลับวาทกรรมก้าวล่วงองคมนตรี ที่อาจบานปลายส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในสถาบันหลักของชาติ

จุดเริ่มต้นของข้อพิพาททางการเมือง

เหตุดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่มีการนำภาพขององคมนตรีไปประชุมร่วมกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ แล้วเกิดการตั้งคำถามในเชิงลบผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน รวมถึงข้อเสนอให้ยกเลิกคณะองคมนตรีจากนักวิชาการชื่อดัง ซึ่งทางด้าน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร รองประธาน กมธ. ได้ออกมาย้ำว่า การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแต่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตรา 10, 11 และ 12 ที่บัญญัติถึงอำนาจหน้าที่ขององคมนตรีไว้อย่างชัดเจน แต่ยังถือเป็นการสร้างชุดข้อมูลที่บิดเบือนต่อสาธารณะอีกด้วย

  • องคมนตรีมีหน้าที่ถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์และปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์
  • โครงการต่างๆ ที่องคมนตรีไปติดตาม เป็นงานในพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือประชาชน
  • การวิพากษ์วิจารณ์เกินขอบเขตเสี่ยงที่จะผิดหลักกฎหมายอาญามาตรา 112

ทาง กมธ. ยังได้เน้นย้ำในประเด็นที่ว่า กมธ.พิทักษ์สถาบันฯ สวนกลับวาทกรรมก้าวล่วงองคมนตรี ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการปิดกั้นการวิจารณ์ทางการเมืองทั่วไป แต่เป็นการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่พยายามจะ “ตีวัวกระทบคราด” เพื่อให้เกิดความสั่นคลอนต่อฐานความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองคมนตรี ซึ่งเป็นฝ่ายที่ทำงานใกล้ชิดกับพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด

ความกังวลต่อสถานการณ์ความแตกแยก

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า พฤติกรรมของแกนนำพรรคการเมืองที่พยายามสร้างวาทกรรมผลักดันให้เกิดความเข้าใจผิด อาจเข้าข่ายการกระทำที่ผิดต่อเงื่อนไขกฎหมายและมติของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวินิจฉัยไว้ก่อนหน้านี้ว่า การพยายามแก้ไขหรือลดทอนบทบาทสถาบันฯ คือการเซาะกร่อนบ่อนทำลายการปกครอง ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือประชาชนที่หลงเชื่อข้อมูลฝ่ายเดียวและคนไทยที่ต้องมาแตกแยกกันเองจากวาทกรรมเหล่านี้

ในมุมมองของกรรมาธิการชุดนี้ การโจมตีองคมนตรีในลักษณะดังกล่าวคือการพยายามดึงคนรอบสถาบันฯ เข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมืองโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีการที่อันตรายมากต่อระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ทาง กมธ. จึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดนำเรื่องของสถาบันฯ มาเป็นเครื่องมือในการสร้างความขัดแย้ง และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าวอย่างจริงจัง ภายใต้ กมธ.พิทักษ์สถาบันฯ สวนกลับวาทกรรมก้าวล่วงองคมนตรี เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและธำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไป

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร แต่มุมมองสำคัญคือการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนั้นควรมีขอบเขตและตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ไม่สร้างความแตกแยกให้กับคนในชาติครับ

ที่มา – ‘กมธ.พิทักษ์สถาบันฯ’สว.ซัด’พรรคส้ม-เท้ง-ปิยบุตร’ ปั้นวาทกรรมก้าวล่วง’องคมนตรี’ กระทบชิ่งลาม’‘สถาบันฯ’ หวังสั่นคลอนความเชื่อมั่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *