กรมการค้าต่างประเทศ สั่งยกระดับป้องกันแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า
ในยุคที่การค้าระหว่างประเทศมีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยมาตรการกีดกันทางการค้า การที่ประเทศไทยถูกจับตามองเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยครับ ล่าสุด กรมการค้าต่างประเทศ สั่งยกระดับป้องกันแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ประกอบการไทยจะรักษาสิทธิ์และชื่อเสียงของประเทศไว้ได้ในเวทีโลก โดยเฉพาะการจับมือร่วมกับสหรัฐอเมริกาเพื่อปราบปรามปัญหาการสวมสิทธิอย่างจริงจัง
กรมการค้าต่างประเทศ สั่งยกระดับป้องกันแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? คำตอบคือหากมีการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า (Transshipment) เพื่อเลี่ยงภาษี จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยทั้งระบบ กรมการค้าต่างประเทศจึงต้องเร่งเครื่องยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อแยกแยะการส่งออกที่โตตามเศรษฐกิจจริง ออกจากการกระทำผิดกฎหมาย
ทำไม กรมการค้าต่างประเทศ สั่งยกระดับป้องกันแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า ในตอนนี้?
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ ครับ แต่เป็นไปเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าอย่างสหรัฐฯ โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ดังนี้:
- เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเอกสารรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทุกรูปแบบ
- ใช้ฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกับกรมศุลกากร เพื่อวิเคราะห์ความผิดปกติของการส่งออก
- แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานสหรัฐฯ (USTR) เพื่อปราบปรามการสวมสิทธิแบบรายกรณี
- ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทยเพื่อให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างถูกต้อง
- ลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาดตามกฎหมายทันทีที่พบหลักฐาน
นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้กล่าวอย่างมั่นใจว่า ประเทศไทยพร้อมพิสูจน์ความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานโลก และในเดือนสิงหาคมนี้ จะมีการหารือร่วมกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงมาตรการป้องกันที่ทำอยู่ เพื่อให้สินค้าไทยได้รับความไว้วางใจในฐานะสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดที่ถูกต้องแท้จริง
ในมุมมองของเรา นี่ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยปกป้องผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ เพราะเมื่อมาตรฐานการตรวจสอบสูงขึ้น สินค้าไทยที่มีคุณภาพก็จะยิ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลกมากขึ้นตามไปด้วย การร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกคือทางรอดที่ยั่งยืนที่สุดครับ
ที่มา – กรมการค้าต่างประเทศ สั่งยกระดับป้องกันแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า จับมือสหรัฐฯ ปราบเชิงลึก