กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้เพียงพอและทั่วถึง
กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้เพียงพอและทั่วถึง
ในช่วงฤดูแล้ง กรมชลประทานมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอและทั่วถึงแก่ประชาชนและภาคการเกษตรทั่วประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายหลักที่ต้องวางแผนล่วงหน้าและดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ
สถานการณ์น้ำต้นปีดีขึ้น
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2568 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 69,703 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 91% ของความจุรวม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสถานการณ์น้ำต้นฤดูแล้งนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี
โดยเฉพาะ 4 เขื่อนหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวม 24,537 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 99% ของความจุรวม ซึ่งเป็นสัญญาณดีที่สามารถสนับสนุนการใช้น้ำในเขตชลประทานได้อย่างเพียงพอ
การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ข้อมูลล่าสุดจากสถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ ระบุว่ามีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,916 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยแนวโน้มน้ำเหนือมีการลดลงอย่างต่อเนื่อง
เขื่อนเจ้าพระยาได้ทยอยปรับลดการระบายน้ำลงเหลือ 1,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณน้ำเหนือที่ลดลง พร้อมกันนี้ยังเร่งการระบายน้ำในพื้นที่ตอนล่างผ่านประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้สอดคล้องกับการขึ้นลงของน้ำทะเล
นอกจากนี้ยังใช้สถานีสูบน้ำบริเวณคลองชายทะเล เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
แผนการจัดการน้ำช่วงกลางเดือนธันวาคม
กรมชลประทานมีแผนจะปรับลดการระบายน้ำลงเหลือ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้เพียงพอและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของร่องมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและหย่อมความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านอ่าวไทย ทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง
ล่าสุดที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สถานการณ์น้ำในพื้นที่ส่วนใหญ่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว กรมชลประทานได้เร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังก่อนผลักดันลงสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง
พร้อมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเครื่องจักร เครื่องมือ เข้าไปฟื้นฟูอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน รวมทั้งตรวจสอบอาคารชลประทานที่ผ่านการใช้งานอย่างเต็มศักยภาพในช่วงน้ำหลาก ให้สามารถใช้งานในช่วงฤดูแล้งหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟู
กรมชลประทานยังคงเดินหน้าบริหารจัดการน้ำพร้อมมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย ทั้งในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ตอนล่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
การดำเนินการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้เพียงพอและทั่วถึง ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของกรมชลประทานในการดูแลทรัพยากรน้ำของประเทศ
ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้เพียงพอและทั่วถึง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน
การใช้น้ำอย่างประหยัดและร่วมมือกับมาตรการของกรมชลประทานจะช่วยให้ประเทศสามารถผ่านพ้นช่วงฤดูแล้งได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
บทสรุป
การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้เพียงพอและทั่วถึง เป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยการวางแผน การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆ
ด้วยข้อมูลและสถานการณ์น้ำที่ดีในต้นฤดูแล้งนี้ ร่วมกับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถรองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชนและภาคการเกษตรได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง
ที่มา – กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้เพียงพอและทั่วถึง