กรมป่าไม้แจ้งความโรงขยะปราจีนฯ รุกป่าสงวน
กรมป่าไม้แจ้งความโรงขยะปราจีนฯ หลังพบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับโรงงานประกอบกิจการขยะอุตสาหกรรมในจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบม–สียัด ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนและเครือข่ายภาคประชาสังคม เนื่องจากเกี่ยวข้องทั้งการใช้ประโยชน์ที่ดิน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และความถูกต้องของเอกสารสิทธิ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับข้อร้องเรียนที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับโรงงานขยะอุตสาหกรรมจำนวน 12 แห่งในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี จึงได้สั่งการให้กรมป่าไม้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมประสานหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ เพื่อรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม
กรมป่าไม้แจ้งความโรงขยะปราจีนฯ หลังตรวจสอบพื้นที่
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พื้นที่ตามข้อร้องเรียนอยู่บริเวณที่ระบุว่าเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบม–สียัด เจ้าหน้าที่พบการอ้างสิทธิครอบครองที่ดินตามเอกสาร น.ส.3 ก. จำนวน 3 ฉบับ รวมเนื้อที่ประมาณ 77 ไร่ 3 งาน 97 ตารางวา อย่างไรก็ตาม การระบุสถานะพื้นที่จำเป็นต้องตรวจสอบเอกสารและข้อมูลจากหลายหน่วยงานประกอบกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องและป้องกันการตัดสินจากข้อมูลเพียงด้านเดียว
ประเด็นเอกสารสิทธิและแนวเขตป่า
พื้นที่ดังกล่าวมีประวัติความเป็นมาซับซ้อน โดยในปี พ.ศ. 2536 กรมป่าไม้เคยมีหนังสือส่งมอบพื้นที่ให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เพื่อนำไปดำเนินการตามนโยบายการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมของรัฐในพื้นที่โซน E ดังนั้น การตรวจสอบในครั้งนี้จึงต้องพิจารณาทั้งแนวเขตป่าสงวน เอกสารสิทธิ การส่งมอบพื้นที่ และอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานอย่างละเอียด
การมีเอกสาร น.ส.3 ก. ไม่ได้หมายความว่าประเด็นข้อพิพาทจะสิ้นสุดลงทันที หากพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการออกเอกสารหรือพบว่าแนวเขตอาจทับซ้อนกับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบที่มา หลักฐานการครอบครอง และหลักฐานแผนที่อย่างรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินการมีความชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้
ขั้นตอนการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 ปราจีนบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเข้าแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรระบอบไผ่ จังหวัดปราจีนบุรี การดำเนินการดังกล่าวเป็นขั้นตอนสำคัญในการเก็บข้อมูลอย่างเป็นทางการ และเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 ได้ทำหนังสือถึงเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดปราจีนบุรี ขอให้ตรวจสอบเอกสาร น.ส.3 ก. ทั้ง 3 ฉบับ เนื่องจากมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิที่อาจทับซ้อนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พร้อมขอให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบม–สียัด
- ตรวจสอบที่มาและความถูกต้องของเอกสาร น.ส.3 ก.
- ตรวจสอบการใช้ประโยชน์พื้นที่และใบอนุญาตประกอบกิจการ
- รวบรวมพยานหลักฐานจากหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้อง
- ดำเนินการตามกฎหมายหากพบการกระทำผิด
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการโรงงานขยะอุตสาหกรรมจำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และสถานะทางกฎหมายของพื้นที่ การตรวจสอบควรดำเนินไปอย่างโปร่งใส โดยเปิดเผยข้อมูลที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ และควรมีการประสานงานระหว่างกรมป่าไม้ สำนักงานที่ดิน ส.ป.ก. หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด
สำหรับประชาชนในพื้นที่ สิ่งสำคัญคือการติดตามผลการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐและใช้ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ไม่ควรสรุปว่าผู้ใดมีความผิดก่อนกระบวนการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐควรเร่งชี้แจงสถานะพื้นที่ เอกสารสิทธิ และใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความกังวลของชุมชน
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าของกรณีนี้อย่างต่อเนื่อง โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม หากพบการบุกรุกหรือการออกเอกสารสิทธิไม่ถูกต้อง ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน หากผลตรวจสอบพบว่าการใช้พื้นที่เป็นไปตามกฎหมาย ทุกฝ่ายก็ควรได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเช่นกัน
กรณี กรมป่าไม้แจ้งความโรงขยะปราจีนฯ จึงเป็นเรื่องที่ควรติดตามต่อ เพราะผลการตรวจสอบจะช่วยยืนยันสถานะพื้นที่และแนวทางดูแลป่าสงวนในระยะยาว ความโปร่งใสของข้อมูลและการทำงานบนหลักฐานคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่
ที่มา – ‘สุชาติ’ เผยกรมป่าไม้แจ้งความโรงขยะปราจีนฯ รุกป่าสงวนฯ ป่าแควระบม-สียัด