กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเผยยังมีพื้นที่น้ำท่วมจากพายุวิภาใน 4 จังหวัด 8 อำเภอ

สถานการณ์น้ำท่วมจากพายุวิภาล่าสุดในประเทศไทย

จากข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่โดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า แม้อิทธิพลของพายุโซนร้อนวิภาจะเริ่มลดความรุนแรงลง แต่ยังมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใน 4 จังหวัด รวม 8 อำเภอ โดยรายละเอียดระบุว่า สถานการณ์น้ำยังคงท่วมขังในหลายพื้นที่ แม้ว่าจะมีการบรรเทาลงในบางจังหวัด แต่ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ระดับน้ำกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

พื้นที่ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากพายุวิภา

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ใช้เวลาร่วมในการประชุมติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินภาพรวมของน้ำท่วมและดินถล่มที่เกิดขึ้นจากพายุโซนร้อนวิภา

โดยข้อมูลระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม ถึง 3 สิงหาคม 2568 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยถึง 12 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย พะเยา ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ตาก อุตรดิตถ์ และ เลย ครอบคลุมทั้งหมด 74 อำเภอ 365 ตำบล และ 2,390 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระมากกว่า 74,591 ครัวเรือน และ 233,487 คน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย

สถานการณ์ในปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ น่าน เชียงราย สุโขทัย และ พิษณุโลก ใน 8 อำเภอ 19 ตำบล และ 52 หมู่บ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าประชาชนได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ทั้งการแจกจ่าย ถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ให้ถึงมือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วที่สุด

การช่วยเหลือหลังพายุวิภาผ่านการบูรณาการทุกภาคส่วน

นายสหรัฐได้เน้นย้ำว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์จากพายุวิภา โดยได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวที่ได้รับความสูญเสีย ทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บให้ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินและสิ่งจำเป็นในชีวิตอย่างรวดเร็ว

สำหรับ ถุงยังชีพพระราชทาน ได้มีการแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน ส่วนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลเช่นบ้านเรือนที่ถูกทำลายนั้น ขณะนี้มีการารักษาสิ่งแวดล้อมและความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ แล้ว เพื่อให้ชุมชนสามารถกลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว

ประชาชนทั่วไปควรติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง

สำหรับประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงและยังคงได้รับผลจากพายุวิภา เช่น 4 จังหวัด น่าน เชียงราย สุโขทัย และพิษณุโลก ควรติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากทางการอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมอาหารแห้ง น้ำสะอาด เอกสารทางราชการที่สำคัญไว้อย่างเพียงพอ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

  • ติดตามประกาศจากราชการทุกวัน
  • เก็บอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับเด็กและผู้สูงวัย
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในสภาพถนนน้ำท่วม
  • สนับสนุนถุงยังชีพให้กับชุมชนที่ประสบภัย

บทสรุป: การรับมือพายุวิภาคือบททดสอบของไทยต่อวิกฤตธรรมชาติ

เหตุการณ์น้ำท่วมจากพายุวิภาในปีนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมรับสภาพภัยพิบัติโดยเฉพาะภัยธรรมชาติที่มักเกิดขึ้นเฉียบพลัน เช่น พายุโซนร้อน ถึงแม้ว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่จะคลี่คลายลง แต่ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างน่านห่วง ซึ่ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ใช้การบูรณาการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ความช่วยเหลือ

ในสถานการณ์เช่นนี้ นอกจากหน่วยงานรัฐแล้ว การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและชุมชนก็ถือว่ามีบทบาทสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการรับข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว การเผยแพร่หมายกำหนดการ และการออกร่วมช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและพร้อมสนับสนุนกันในทุกรูปแบบ

Call to Action: หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรเตรียมแผนสำรองด้านการรักษาความปลอดภัยและทรัพย์สิน แต่หากคุณอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย คุณสามารถมีส่วนร่วมช่วยเหลือด้วยการบริจาคถุงยังชีพหรือเงินสนับสนุนหน่วยงานรัฐ เพื่อช่วยฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

ที่มา – ‘กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย’ เผยยังมีพื้นที่น้ำท่วมจากพายุวิภา 4 จังหวัด 8 อำเภอ

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *