กลุ่มบริษัทเอไอเอแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2569
กลุ่มบริษัทเอไอเอแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2569 พร้อมสะท้อนภาพรวมการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพในหลายตลาดทั่วเอเชีย แม้บางประเทศจะเผชิญความท้าทายจากฐานยอดขายที่สูงในปีก่อนและความผันผวนของตลาดทุน แต่ความต้องการด้านความคุ้มครอง สุขภาพ การออม และการวางแผนเกษียณยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เอไอเอสามารถสร้างมูลค่าธุรกิจใหม่ หรือ VONB เติบโตร้อยละ 5 เมื่อพิจารณาจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ โดยเฉพาะในเดือนกันยายนที่มูลค่าธุรกิจใหม่กลับมาเติบโตมากกว่าร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงแรงส่งที่ดีขึ้นและความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจในแต่ละตลาด
กลุ่มบริษัทเอไอเอแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2569
ในไตรมาสที่ 3 กลุ่มบริษัทเอไอเอมีมูลค่าธุรกิจใหม่อยู่ที่ 1,415 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 5 จากปีก่อน สาเหตุสำคัญมาจากผลการดำเนินงานในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งต้องเปรียบเทียบกับฐานยอดขายที่อยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษในช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ตลาดอื่น ๆ ที่รายงานผลประกอบการสามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ได้ถึงร้อยละ 18 ช่วยลดผลกระทบโดยรวมได้เป็นอย่างดี
ภาพรวมสำคัญจากผลประกอบการเอไอเอ
- มูลค่าธุรกิจใหม่ของกลุ่มบริษัทในไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 1,415 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- มูลค่าธุรกิจใหม่ในช่วง 9 เดือนแรกเติบโตร้อยละ 5
- มูลค่าธุรกิจใหม่ในเดือนกันยายนเติบโตมากกว่าร้อยละ 25
- อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 5.3 จุด เป็นร้อยละ 63.5
- เบี้ยประกันภัยรับรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เป็น 12,892 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- เบี้ยประกันภัยรับปีแรกอยู่ที่ 2,237 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 13
ผลการดำเนินงานของเอไอเอในแต่ละตลาด
เอไอเอ ฮ่องกง มีมูลค่าธุรกิจใหม่ในไตรมาสที่ 3 ลดลงร้อยละ 3 เนื่องจากฐานยอดขายในเดือนกรกฎาคมปีก่อนอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ผลงานในเดือนสิงหาคมและกันยายนรวมกันเติบโตร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การฟื้นตัวได้รับแรงสนับสนุนจากลูกค้าทุกกลุ่มและทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ขณะที่ลูกค้าในประเทศยังคงตอบรับกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทได้ดี
สำหรับลูกค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ แม้บางส่วนจะชะลอการตัดสินใจซื้อเพื่อรอติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศ แต่ความต้องการโดยรวมยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง และผลประกอบการรายไตรมาสยังสูงกว่าหลายช่วงที่ผ่านมา
เอไอเอ ประเทศจีน รายงานมูลค่าธุรกิจใหม่ลดลงร้อยละ 33 จากฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกค้าเร่งตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ก่อนการปรับอัตราราคาทั่วทั้งอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ช่องทางตัวแทนกลับมาเติบโตอย่างโดดเด่นในเดือนกันยายน โดยมีจำนวนตัวแทนที่มีผลงานและตัวแทนใหม่เพิ่มขึ้น ด้านช่องทางธนาคาร แม้ยอดขายจะลดลงในระดับเลขสองหลัก แต่ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดไตรมาส
เอไอเอ ประเทศไทย สร้างมูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตร้อยละ 9 โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งช่องทางตัวแทนและช่องทางธนาคาร ความต้องการผลิตภัณฑ์คุ้มครองแบบดั้งเดิมและประกันชีวิตควบการลงทุน หรือยูนิต ลิงค์ ยังคงอยู่ในระดับดี โดยผลิตภัณฑ์ทั้งสองกลุ่มคิดเป็นร้อยละ 93 ของมูลค่าธุรกิจใหม่ นอกจากนี้ เอไอเอ ประเทศไทยยังรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง และประกันชีวิตควบการลงทุน ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 50
เอไอเอ สิงคโปร์ มีมูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตถึงร้อยละ 22 จากแรงสนับสนุนของช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่และพันธมิตร บริษัทให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ด้านการออมและการบริหารความมั่งคั่งสำหรับลูกค้าที่มีรายได้สูงและผู้มีสินทรัพย์สูง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ยูนิต ลิงค์มีบทบาทสำคัญต่อการเติบโต
เอไอเอ มาเลเซีย มีมูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตร้อยละ 10 โดยได้แรงหนุนจากช่องทางพรีเมียร์ เอเจนซี่ และความร่วมมือด้านแบงก์แอสชัวรันส์กับ Public Bank Berhad ขณะเดียวกัน ช่องทางตัวแทนยังเติบโตต่อเนื่องตลอดปี จากการสรรหาตัวแทนใหม่และการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน
ตลาดอื่น ๆ มีมูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอินเดีย ไต้หวัน และเวียดนาม โดยเฉพาะ Tata AIA Life ในอินเดีย ซึ่งยังคงสร้างการเติบโตได้ดีผ่านช่องทางการขายต่าง ๆ
ตัวเลขทางการเงินที่น่าจับตา
อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ หรือ VONB Margin เพิ่มขึ้น 5.3 จุด มาอยู่ที่ร้อยละ 63.5 การปรับตัวดีขึ้นส่วนหนึ่งมาจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายที่เอื้อต่อการสร้างกำไร โดยเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่ ขณะที่อัตรากำไรของมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยประกันภัยธุรกิจใหม่ หรือ PVNBP ยังคงอยู่ที่ร้อยละ 11
เบี้ยประกันภัยรับปีแรก หรือ ANP ลดลงร้อยละ 13 มาอยู่ที่ 2,237 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานในจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนเบี้ยประกันภัยรับรวม หรือ TWPI เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เป็น 12,892 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าฐานธุรกิจโดยรวมยังมีความแข็งแกร่ง แม้ยอดขายธุรกิจใหม่ในบางตลาดจะชะลอตัว
เอไอเอยังคาดว่าจะทำได้ดีกว่าเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นของกำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีต่อหุ้น หรือ OPAT ต่อหุ้น ซึ่งตั้งเป้าไว้ที่ร้อยละ 9 ถึง 11 ในช่วงปี 2566 ถึง 2569 การเติบโตของธุรกิจใหม่ที่มีคุณภาพจึงมีโอกาสต่อยอดไปสู่กำไรและการสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
แนวโน้มธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพในเอเชีย
แม้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้ตลาดทุนทั่วโลกมีความผันผวน แต่ปัจจัยพื้นฐานของภูมิภาคเอเชียยังสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจประกันภัย ทั้งโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง รายได้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้น อัตราการเข้าถึงประกันภัยภาคเอกชนที่ยังไม่สูง และระบบสวัสดิการสังคมที่ยังมีช่องว่าง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการวางแผนทางการเงินและเตรียมความพร้อมรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพมากขึ้น
เอไอเอยังเดินหน้าลงทุนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของช่องทางตัวแทน โดยจำนวนตัวแทนที่มีผลงาน ตัวแทนใหม่ และผู้นำตัวแทนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรธนาคาร ซึ่งช่วยให้บริษัทเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายและนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น
ในด้านความเสี่ยง บริษัทบริหารสินทรัพย์และหนี้สินให้สอดคล้องกับสกุลเงินท้องถิ่นของแต่ละตลาด เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ มีผลต่อมูลค่าธุรกิจรวมของกลุ่มบริษัทในระดับจำกัด โดยบริษัทประเมินว่าการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อีก 50 จุดพื้นฐาน อาจทำให้มูลค่าธุรกิจรวมลดลงเล็กน้อยประมาณร้อยละ 1
โดยสรุป กลุ่มบริษัทเอไอเอแถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2569 ในภาพที่สะท้อนทั้งความท้าทายและโอกาส แม้จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกงได้รับผลกระทบจากฐานยอดขายเดิม แต่ตลาดสำคัญอย่างประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินเดีย ไต้หวัน และเวียดนามยังเติบโตได้ดี จุดแข็งของเอไอเอจึงอยู่ที่การกระจายธุรกิจ ความหลากหลายของช่องทางขาย และความต้องการประกันชีวิตและสุขภาพที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนการเงิน ข่าวนี้เป็นอีกสัญญาณว่าการมีความคุ้มครองและแผนสุขภาพที่เหมาะสมยังเป็นเรื่องสำคัญ ควรศึกษาข้อมูลและเลือกผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง
ที่มา – กลุ่มบริษัทเอไอเอ แถลงผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ของปี 2569