กลุ่มปตท.ปรับผู้บริหาร ตั้ง พงษ์พันธุ์ CEO ไทยออยล์ใหม่
ในวงการพลังงานไทยกำลังมีกระแสข่าวสำคัญที่ทุกคนจับตามอง นั่นคือ กลุ่มปตท.เริ่มขยับปรับผู้บริหาร ตั้ง ‘พงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์’ นั่งซีอีโอไทยออยด์คนใหม่แทนบัณฑิต การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 9/2568 เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ซึ่งถือเป็นก้าวเชิงยุทธศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซของประเทศ
กลุ่มปตท.เริ่มขยับปรับผู้บริหาร ตั้ง ‘พงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์’ นั่งซีอีโอไทยออยด์คนใหม่แทนบัณฑิต
ตามรายงานจากผู้สื่อข่าว บริษัทไทยออยล์ได้ประกาศแต่งตั้งนายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้มาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่แทนนายบัณฑิต ธรรมประจำจิต โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป การเคลื่อนไหวนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างผู้บริหารในกลุ่มปตท. ที่มุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวโน้มพลังงานสะอาดและการแข่งขันระดับโลก
ประวัติและบทบาทของนายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์
นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ยาวนานในอุตสาหกรรมพลังงาน โดยเฉพาะด้านก๊าซธรรมชาติและการจัดการทรัพยากร เขาเคยผ่านตำแหน่งสำคัญหลายแห่งในกลุ่มปตท. ซึ่งช่วยให้เขาเข้าใจระบบนิเวศของธุรกิจนี้อย่างลึกซึ้ง การมารับตำแหน่งซีอีโอไทยออยล์ครั้งนี้ คาดว่าจะนำวิสัยทัศน์ใหม่ๆ มาปรับปรุงกระบวนการผลิตน้ำมันและพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน
ก่อนหน้านี้ นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ได้นำไทยออยล์ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เช่น การฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 และความผันผวนของราคาน้ำมันโลก แต่การเปลี่ยนผู้บริหารครั้งนี้สะท้อนถึงความต้องการของกลุ่มปตท.ในการเร่งรัดการ转型สู่ธุรกิจสีเขียว
ผลกระทบต่อธุรกิจไทยออยล์และกลุ่มปตท.
การแต่งตั้งใหม่นี้จะส่งผลดีต่อไทยออยล์อย่างไร? จากมุมมองของนักวิเคราะห์ การนำนายพงษ์พันธุ์เข้ามาจะช่วยเสริมจุดแข็งด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทานก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของไทยออยล์ นอกจากนี้ ยังอาจเร่งโครงการพัฒนาโรงกลั่นน้ำมันให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ลดการปล่อยคาร์บอน และขยายธุรกิจ LNG (ก๊าซธรรมชาติงวดเหลว) ที่กำลังเติบโต
- เสริมความแข็งแกร่งด้านพลังงานสะอาด: ไทยออยล์จะมุ่งเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียวมากขึ้น
- เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน: ด้วยประสบการณ์ของนายพงษ์พันธุ์ในหน่วยธุรกิจก๊าซ
- ขยายโอกาสในตลาดโลก: เตรียมรับมือกับการแข่งขันจากผู้เล่นรายใหญ่อย่างจีนและตะวันออกกลาง
- รักษาความมั่นคงทางพลังงาน: สนับสนุนนโยบายรัฐบาลไทยด้านพลังงานยั่งยืน
นอกจากไทยออยล์แล้ว การปรับผู้บริหารในกลุ่มปตท. ยังครอบคลุมบริษัทลูกอื่นๆ เช่น พีทีทีโกลบอลเคมีคอล ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้กลุ่มปตท. รักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดพลังงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในยุคที่โลกกำลังหันไปสู่พลังงานทดแทน
จากข้อมูลล่าสุด ไทยออยล์มีรายได้จากการดำเนินงานปี 2567 สูงกว่า 500,000 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งตลาดน้ำมันกลั่นกว่า 40% ในประเทศไทย การนำนายพงษ์พันธุ์มานั่งบังคับบัญชาจะช่วยขับเคลื่อนบริษัทให้เติบโตยั่งยืนมากขึ้น โดยผสานเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ากับกระบวนการผลิต
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนซีอีโอครั้งนี้ยังมีข้อกังวลจากนักลงทุนบางรายเกี่ยวกับความต่อเนื่องของกลยุทธ์เดิม แต่โดยรวมแล้ว มันเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มปตท.ในการปรับตัวเข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลง
มุมมองอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงานไทย
ในฐานะนักสังเกตการณ์อุตสาหกรรม ผมเชื่อว่าการย้าย กลุ่มปตท.เริ่มขยับปรับผู้บริหาร ตั้ง ‘พงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์’ นั่งซีอีโอไทยออยด์คนใหม่แทนบัณฑิต จะเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปครั้งใหญ่ ไทยออยล์อาจกลายเป็นผู้นำในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพและไฮโดรเจน ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากต่างประเทศ หากคุณสนใจข่าวสารธุรกิจพลังงาน ลองติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดและวิเคราะห์เชิงลึก
สุดท้ายนี้ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารเช่นนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อบริษัท แต่ยังสะท้อนถึงทิศทางของเศรษฐกิจไทยที่กำลังก้าวสู่ความยั่งยืน
ที่มา – กลุ่มปตท.เริ่มขยับปรับผู้บริหาร ตั้ง ‘พงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์’ นั่งซีอีโอไทยออยด์คนใหม่แทนบัณฑิต