กสทช. ปัดตก 3 โครงการยูโซ่ มติ 4 ต่อ 3 วงเงิน 5,249 ลบ.
กสทช. ปัดตก 3 โครงการยูโซ่ มติ 4 ต่อ 3 วงเงิน 5,249 ลบ.
การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดสรรงบประมาณภายใต้แผน USO (Universal Service Obligation) ฉบับที่ 4 ระยะ 3 ปี (พ.ศ. 2566-2568) โดยมีการพิจารณาโครงการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานและบริการเพื่อสังคมรวมทั้งสิ้น 15 โครงการ ด้วยกรอบวงเงินกว่า 18,015.742 ล้านบาท
การพิจารณาโครงการ USO ฉบับที่ 4
รายงานการประชุมระบุว่า จาก 15 โครงการที่เสนอเข้ามา ที่ประชุมได้พิจารณาเพียง 6 โครงการเท่านั้น แบ่งเป็น 1 โครงการที่ได้รับความเห็นชอบ 3 โครงการที่ไม่เห็นชอบ และอีก 2 โครงการที่ต้องกลับไปปรับปรุงแก้ไขก่อนเสนอใหม่
การตัดสินใจในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดใหม่ของ กสทช. ที่ต้องการให้การใช้งบประมาณในโครงการ USO มีความคุ้มค่าและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัลของประเทศอย่างแท้จริง
3 โครงการยูโซ่ที่ไม่ผ่านความเห็นชอบ
โครงการแรกที่ถูกปัดตกคือ โครงการโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติคสำหรับโรงเรียนคุณภาพ ซึ่งมีเป้าหมายจะติดตั้งโครงข่ายให้กับโรงเรียนคุณภาพ 1,808 แห่ง ด้วยงบประมาณ 1,245 ล้านบาท
การตัดสินใจครั้งนี้มาจากมติเสียงข้างมาก 4 ต่อ 3 โดยคณะกรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าโครงการนี้อาจจะก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษา เนื่องจากมุ่งเน้นเฉพาะโรงเรียนที่มีคุณภาพในแต่ละอำเภอ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ดั้งเดิมของแผน USO ที่ต้องการให้บริการอย่างเท่าเทียมและครอบคลุม
อีกเหตุผลหนึ่งคือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีการดำเนินการในลักษณะนี้อยู่แล้ว ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนในการใช้งบประมาณ
โครงการเครือข่ายวิจัยขั้นสูง
โครงการที่สองคือ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบเครือข่ายสำหรับงานวิจัยขั้นสูงของประเทศไทย ด้วยงบประมาณ 3,404.653 ล้านบาท
คณะกรรมการให้เหตุผลว่าโครงการนี้มีความซ้ำซ้อนกับโครงการ UNI Net ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้
การมีโครงการในลักษณะเดียวกัน 2 โครงการจะทำให้เกิดการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่าและอาจเกิดการแย่งชิงทรัพยากรร่วมกัน
โครงการอบรมทักษะดิจิทัล
โครงการสุดท้ายที่ไม่ได้รับความเห็นชอบคือ โครงการยกระดับทักษะดิจิทัลแห่งอนาคตเพื่อคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างทั่วถึง ด้วยงบประมาณ 600 ล้านบาท
คณะกรรมการส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าโครงการนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับโครงการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่สำนักงาน กสทช. เพิ่งดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว
การดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันซ้ำอีกจะไม่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน
โครงการที่ได้รับความเห็นชอบ
ในทางตรงกันข้าม โครงการที่ได้รับความเห็นชอบคือ โครงการจัดให้มีการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคม ในพื้นที่ขาดแคลน สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ตกหล่น 97 แห่ง ด้วยงบประมาณ 426 ล้านบาท
โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนเนื่องจากมีเป้าหมายชัดเจนในการแก้ปัญหาพื้นที่ที่ยังไม่มีบริการโทรคมนาคม และคณะกรรมการยังให้สำนักงาน กสทช. ทำการสำรวจเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีโรงเรียนใดตกหล่นอีกในอนาคต
โครงการที่ต้องปรับปรุงแก้ไข
มี 2 โครงการที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบในหลักการ แต่ต้องการให้ปรับปรุงแก้ไขก่อน
โครงการแรกคือ โครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้การสอนอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยงบประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการเห็นควรให้ปรับปรุงรายละเอียดก่อนนำเสนอใหม่
โครงการที่สองคือ โครงการขยายต่อบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบและพื้นที่ห่างไกล ด้วยงบประมาณ 2,400 ล้านบาท แต่คณะกรรมการให้ความเห็นว่างบประมาณไม่ควรเกิน 1,300 ล้านบาท
การตัดสินใจในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการทบทวนแนวทางการใช้งบประมาณภายใต้แผน USO ที่ต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและไม่เกิดความซ้ำซ้อนในการดำเนินการ
การประชุม กสทช. ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการงบประมาณด้านดิจิทัลของประเทศ ที่ต้องการให้ทุกบาททุกสตางค์เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เกิดการซ้ำซ้อนในการดำเนินการระหว่างหน่วยงานต่างๆ
ที่มา – กสทช.ปัดตก 3 โครงการยูโซ่ มติ 4 ต่อ 3 วงเงิน 5,249 ลบ.