กสทช. ไฟเขียว กฟผ. ใช้คลื่นความถี่ แอนตี้–โดรน
เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีการจัดการโดรนที่กำลังเป็นที่จับตามอง ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากทางภาครัฐ เมื่อ กสทช. ไฟเขียว กฟผ. ใช้คลื่นความถี่ แอนตี้–โดรน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานของไทยให้มีความทันสมัยและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
กสทช. ไฟเขียว กฟผ. ใช้คลื่นความถี่ แอนตี้–โดรน อย่างเป็นทางการ
การประชุมบอร์ด กสทช. เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีมติเห็นชอบในหลักการเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับระบบเฝ้าระวังและป้องกันอากาศยานไร้คนขับ หรือที่เรียกกันติดปากว่า กสทช. ไฟเขียว กฟผ. ใช้คลื่นความถี่ แอนตี้–โดรน โดยการอนุญาตครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การใช้งานในบริเวณโรงไฟฟ้าบางปะกง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนทั่วประเทศ เพื่อป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นจากโดรนที่บินรุกล้ำพื้นที่หวงห้าม
รายละเอียดการใช้คลื่นความถี่เพื่อความมั่นคง
สำหรับคลื่นความถี่ที่ได้รับอนุมัติในการดำเนินงานครั้งนี้ ได้แก่ ช่วง 433.05 – 434.79 MHz, 2400 – 2500 MHz และ 5725 – 5850 MHz โดยจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกสทช. อย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องของการนำเข้า การถือครอง และการใช้งานสถานีวิทยุคมนาคมให้เป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีแอนตี้-โดรนนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อเครือข่ายสัญญาณสื่อสารอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง
นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการพิจารณาเรื่องการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทดสอบการใช้งานเทคโนโลยี NB-IoT บนคลื่น 450 MHz เพื่อนำไปพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กสทช. กำลังเดินหน้าสนับสนุนการนำโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพลังงานอย่างจริงจัง
- ปลอดภัยมากขึ้น: การป้องกันโดรนช่วยลดความเสี่ยงต่อสถานที่สำคัญ
- ทันสมัยขึ้น: การใช้คลื่นความถี่ที่เหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการสื่อสาร
- ตรวจสอบได้: ทุกขั้นตอนการอนุญาตมีการกำกับดูแลตามข้อกำหนดของ กสทช.
ท้ายที่สุด การขยับตัวครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าประเทศไทยกำลังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยทางกายภาพและไซเบอร์ของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นการใช้ระบบเหล่านี้ขยายไปสู่หน่วยงานอื่นๆ มากขึ้น เพื่อสร้างเกราะป้องกันภัยให้กับคนไทยทุกคนครับ