กองทัพบกโต้กัมพูชา แจงมีหลักฐานทุ่นระเบิด PMN-2
ล่าสุด กองทัพบกไทย ได้ออกมาโต้กลับ กัมพูชา หลังจากที่มีรายงานข่าวว่ากัมพูชาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม โดย พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยืนยันอย่างชัดเจนว่า มีหลักฐานที่ระบุว่า กัมพูชายังคงมี ทุ่น PMN-2 อยู่ในความครอบครอง และได้นำมาติดตั้งใหม่ในพื้นที่ชายแดนเพื่อเป็นอันตรายแก่ทหารไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กองทัพบกโต้กัมพูชา แจงมีหลักฐานทุ่นระเบิด PMN-2
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พล.ต.วินธัย สุวารี ได้แถลงต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากที่ พล.ท. มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับการที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิด โดยระบุว่าไม่มีความจริงเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม โฆษกกองทัพบกกลับชี้ชัดว่า มีเหตุหลักฐานที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับการมี ทุ่นระเบิด PMN-2 ซึ่งถูกติดตั้งใหม่ในพื้นที่ชายแดน
หลักฐานชี้ว่ามีการติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่
กองทัพบกได้ทำการสำรวจพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด และพบว่า ทุ่นระเบิด PMN-2 ที่พบเป็นทุ่นที่เพิ่งถูกติดตั้งใหม่ ซึ่งไม่ใช่ระเบิดตกค้างจากสงครามในอดีตแต่อย่างใด โดยโดยเฉพาะในพื้นที่ที่เกิดเหตุ จะมีการวาง ทุ่นระเบิด PMN-2 อีกจำนวน 3-5 ลูก ซึ่งติดตั้งอย่างตั้งใจ ในลักษณะที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์
- มีการพบหลักฐานชัดเจนในบริเวณจุดเกิดเหตุ
- ทุ่นระเบิดมีลักษณะการวางที่เหมือนกันในหลายจุด
- ทุ่น PMN-2 ไม่ใช่ทุ่นเก่าจากสงคราม
- การกระทำของกัมพูชานับว่าเป็นการฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวา
กองทัพบกระบุอย่างชัดเจนว่า การกระทำของกัมพูชานั้นเป็นการเผยแพร่ข้อความเท็จต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะผ่านสื่อใด ซึ่งขัดต่อมติคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ข้อ 9 ที่กำหนดให้ทั้งสองฝ่ายงดเว้นการเผยแพร่ข่าวลือหรือข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และยังเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งไทยและกัมพูชาตกลงร่วมกันไว้
จากการพิจารณาเชิงเทคนิคแล้ว ทุ่นระเบิด PMN-2 เป็นทุ่นระเบิดที่มีการผลิตขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่ของเก่าที่หลงเหลือจากความขัดแย้งในอดีต ซึ่งหมายความว่าการติดตั้งใหม่เป็นการกระทำที่มีเจตนาชัดเจน และเป็นภัยต่อความปลอดภัยของชายแดนไทย
อย่างไรก็ตาม กองทัพบกได้แสดงความปรารถนาอย่างชัดเจนว่าจะแก้ไขปัญหาผ่านช่องทางทางสันติวิธี โดยยึดถือกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ ตลอดจนข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกที่เป็นธรรมและถาวรในปัญหาชายแดนและความปลอดภัยของประชาชน
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชายังคงมีอยู่และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งทั้งสองฝ่ายในการจัดการความสัมพันธ์ในระดับชายแดนให้อยู่ในกรอบของกฎหมายและมารยาทระหว่างประเทศ
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในฐานะที่เป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศ ควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และมีประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น
ที่มา – ‘กองทัพบก’ โต้ ‘กัมพูชา’ แจงชัดมีหลักฐานทุ่น PMN-2 ลักลอบติดตั้งใหม่