กองทัพภาค 1 เร่งสร้างบังเกอร์-หลุมหลบภัย น้อมรับพระกระแส
จากกรณีที่ประชาชนชาวไทยปลื้มปีติ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระราชทานพระวโรกาสให้ผู้บัญชาการทหารบกและคณะเข้าเฝ้าถวายรายงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์“ กองทัพบก ที่ทรงห่วงใยความปลอดภัยของทหารและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยให้กองทัพเข้าดำเนินการเร่งสนับสนุนการจัดสร้างหลุมบุคคล สำหรับใช้เป็นที่มั่นกำบังของกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ และสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน ในห้วงแรก ผ่าน “กองทุนหทัยทิพย์” ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นกองทุนที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมบริจาค ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างการมีส่วนของคนในชาติ สนับสนุนด้านความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการรวมพลังแห่งความสามัคคี และจิตสำนึกความรักชาติของประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีต่อสถาบันหลักของชาติ
ในการนี้ กองทัพบกน้อมรับพระกระแสรับสั่งฯ โดย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก มอบหมายให้ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1/ผบ.ศปก.ทภ.1 ดำเนินการเร่งสำรวจและจัดทำข้อมูล โดยแม่ทัพภาคที่ 1/ผบ.ศปก.ทภ.1 ได้ลงพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ร่วมกับ พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ผบ.กลล.บูรพา พร้อมด้วย ฝ่ายปกครอง, ส่วนราชการท้องถิ่น จังหวัดสระแก้ว และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ร่วมกันสำรวจและพิจารณาพื้นที่ ที่เหมาะสมและปลอดภัย สำหรับการก่อสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัยในพื้นที่ความรับผิดชอบของ กกล.บูรพา เพื่อให้คณะทำงานโครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์” กองทัพบก ได้วางแผนการก่อสร้างให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็วและเป็นไปตามความประสงค์ของกองทุนฯ ต่อไป
โดยกองกำลังบูรพา ได้รับการสนับสนุนให้สร้างและปรับปรุงที่มั่นกำบัง (บังเกอร์) ภายในฐานปฏิบัติการของหน่วยทหาร จำนวน 72 แห่ง และหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน ขนาดความจุ 40 คน จำนวน 6 แห่ง โดยในห้วงแรกจะเร่งดำเนินการสร้างบังเกอร์ จำนวน 10 แห่ง และหลุมหลบภัย จำนวน 2 แห่ง จากพระเมตตาของพระองค์ในคราวนี้ นำมาซึ่งความความรู้สึกซาบซึ้งใจของกำลังพลที่ปฏิบัติงานและประชาชนที่อาศัยตามแนวชายแดน และสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ในฐานะกองทัพของทหารรักษาพระองค์ น้อมรับสนองพระราชปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี “ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤตความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนและประเทศชาติ” ด้วยความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้.
กองทัพภาค 1 น้อมรับพระกระแสรับสั่ง เร่งสร้างบังเกอร์-หลุมหลบภัย
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นพื้นที่ที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อความไม่สงบอยู่เสมอ การที่กองทัพภาค 1 น้อมรับพระกระแสรับสั่ง เร่งสร้างบังเกอร์-หลุมหลบภัย จึงเป็นโครงการที่สร้างความมั่นใจให้กับทั้งทหารและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
ทำไมต้องสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย?
การสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย เป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน ช่วยให้กำลังพลมีที่มั่นในการปฏิบัติหน้าที่ และประชาชนมีสถานที่ปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน การดำเนินการของกองทัพภาค 1 น้อมรับพระกระแสรับสั่ง เร่งสร้างบังเกอร์-หลุมหลบภัย จึงเป็นการยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างแท้จริง
- เพื่อความปลอดภัยของทหาร: บังเกอร์ช่วยป้องกันอันตรายจากอาวุธและการโจมตี
- เพื่อความปลอดภัยของประชาชน: หลุมหลบภัยเป็นที่พักพิงชั่วคราวเมื่อเกิดภัยคุกคาม
- เพื่อสร้างความมั่นใจ: การมีบังเกอร์และหลุมหลบภัยช่วยลดความตื่นตระหนกและความกังวล
โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสิ่งก่อสร้างเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในพื้นที่ชายแดน การที่กองทัพภาค 1 น้อมรับพระกระแสรับสั่ง เร่งสร้างบังเกอร์-หลุมหลบภัย แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่มีต่อประชาชนอย่างแท้จริง
การดำเนินการของกองทัพภาคที่ 1 ครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่แนวชายแดน และเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ที่มา – กองทัพภาค 1 น้อมรับพระกระแสรับสั่ง เร่งสร้างบังเกอร์-หลุมหลบภัย