กองทัพอิหร่านลั่นเตรียมเอาคืนสหรัฐละเมิดหยุดยิง
สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ กองทัพอิหร่านลั่นเตรียมเอาคืน หลังจากเรือสินค้าของตนถูกกองทัพสหรัฐยิงถล่มและยึดในอ่าวโอมาน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ว่าองคณะบัญชาการปฏิบัติการส่วนกลางกาตัม อัล-อันบิยา ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญของกองทัพอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ประกาศชัดเจนว่าจะตอบโต้การกระทำดังกล่าวของสหรัฐอย่างแน่นอน
กองทัพอิหร่านลั่นเตรียมเอาคืน หลังเรือทูสกาโดนยิงถล่ม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเรือพิฆาตของกองทัพสหรัฐทำการโจมตีและยึดเรือบรรทุกสินค้า “ทูสกา” ซึ่งเป็นเรือของอิหร่าน ขณะที่กำลังเผชิญหน้ากันในอ่าวโอมาน แถลงการณ์จากกองทัพอิหร่านระบุว่า นี่คือ “การกระทำอันเป็นโจรสลัดด้วยกำลังอาวุธของกองทัพสหรัฐ” และยืนยันว่าจะมีการตอบโต้ภายในไม่ช้า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่การปะทะธรรมดา แต่ถูกมองว่าเป็นการยั่วยุที่รุนแรง โดยเฉพาะในช่วงที่ภูมิภาคกำลังพยายามคลายความตึงเครียด
สหรัฐละเมิดข้อตกลงหยุดยิง 14 วัน
กองทัพอิหร่านยังไปไกลกว่านั้น โดยกล่าวหาสหรัฐว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่กำหนดไว้ 14 วัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งอิหร่านสนับสนุนอย่างลับๆ การละเมิดดังกล่าวยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลาย โดยอิหร่านเคยเปิดช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราวเมื่อวันศุกร์ เพื่อแสดงน้ำใจต่อข้อตกลง แต่ต้องสั่งปิดอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น หลังพบว่าสหรัฐยังคงปิดล้อมเรืออิหร่านที่เข้า-ออกท่าเรือ
ช่องแคบฮอร์มุซ: จุดยุทธศาสตร์ที่อาจจุดชนวนสงคราม
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของโลก เพราะเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันกว่า 20% ของโลก การปิดกั้นหรือปะทะในพื้นที่นี้ สามารถส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลกได้ทันที ลองนึกภาพดูสิครับ ถ้าความตึงเครียดเรื่อง กองทัพอิหร่านลั่นเตรียมเอาคืน นำไปสู่การปิดช่องแคบจริงๆ เศรษฐกิจโลกจะสั่นคลอนแค่ไหน
- ช่องแคบฮอร์มุซเชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน
- ขนส่งน้ำมันจากซาอุฯ อิรัก อิหร่าน และอื่นๆ กว่า 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- อิหร่านเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบเพื่อตอบโต้การคว่ำบาตรของสหรัฐ
- เหตุการณ์เรือทูสกาเพิ่มความเสี่ยงการขนส่งสินค้าในภูมิภาค
- อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ส่งผลต่อผู้บริโภคทั่วโลก
พื้นหลังความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐที่ยืดเยื้อ
ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐย่ำแย่มาตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 และรุนแรงขึ้นหลังสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญานิวเคลียร์ JCPOA ในปี 2018 นอกจากนี้ อิหร่านยังถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง เช่น ฮูธีในเยเมน และฮิซบอลเลาะห์ สหรัฐมองว่านี่เป็นภัยคุกคามต่อพันธมิตรอย่างอิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย ขณะที่อิหร่านมองว่าสหรัฐเป็นผู้รุกรานที่พยายามครองทรัพยากรน้ำมัน
การยิงเรือทูสกาครั้งนี้ จึงไม่ใช่เหตุการณ์โดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของสงครามเงาที่ทั้งสองฝ่ายเล่นกันมานาน นักวิเคราะห์หลายคนกังวลว่าอาจลุกลามเป็นการเผชิญหน้าทางทหารเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะถ้ากองทัพอิหร่านลงมือตอบโต้จริงตามที่ลั่นไว้
อนาคตจะเป็นอย่างไร? มุมมองและคำแนะนำ
จากมุมมองของผม สถานการณ์ กองทัพอิหร่านลั่นเตรียมเอาคืน ครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยน หากไม่มีการเจรจาระดับสูง โลกอาจเห็นราคาน้ำมันทะยานสู่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ง่ายๆ นักลงทุนควรติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด และกระจายพอร์ตการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศแบบนี้ ลองติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดว่าอิหร่านจะตอบโต้อย่างไรครับ?
นี่คือ insight สำคัญ: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางไม่เคยจบง่ายๆ แต่การ дипломатияยังคงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันสงครามใหญ่
ที่มา – กองทัพอิหร่านลั่นเตรียม “เอาคืน” หลังโดนยิงถล่มเรือสินค้า ซัดสหรัฐละเมิดหยุดยิง