กัมพูชาเผย ประสบความสำเร็จในการปราบ “สแกมเมอร์” ทั้งหมดในประเทศ
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง เมื่อล่าสุดมีรายงานข่าวว่าทางการกัมพูชาได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่า สามารถจัดการกับปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ได้สำเร็จแล้ว โดยระบุว่า กัมพูชาเผย ประสบความสำเร็จในการปราบ “สแกมเมอร์” ทั้งหมดในประเทศ หลังจากที่มีการเดินหน้ากวาดล้างครั้งใหญ่ต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมา
สถานการณ์จริงเมื่อกัมพูชาเผย ประสบความสำเร็จในการปราบ “สแกมเมอร์” ทั้งหมดในประเทศ
นายฉาย สินาริท รัฐมนตรีอาวุโสผู้รับผิดชอบด้านการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านที่ประชุมนักการทูตต่างประเทศว่า กิจกรรมการหลอกลวงขนาดใหญ่ที่เคยเป็นข่าวครึกโครมนั้น ได้ถูกควบคุมจนเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว และในปัจจุบันแทบไม่หลงเหลือแหล่งรวมกลุ่มมิจฉาชีพในรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางการจะยืนยันว่า กัมพูชาเผย ประสบความสำเร็จในการปราบ “สแกมเมอร์” ทั้งหมดในประเทศ ไปแล้ว แต่ในเชิงปฏิบัติ กลุ่มอาชญากรเหล่านี้ก็ได้ปรับตัวเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ โดยหันไปทำกิจกรรมแบบกระจายอำนาจแทน แทนที่จะรวมกลุ่มใหญ่ในอาคารที่ตรวจสอบง่าย ก็เปลี่ยนไปซ่อนตัวอยู่ในเกสต์เฮาส์ คอนโดมิเนียม บ้านเช่า ไปจนถึงร้านกาแฟขนาดเล็ก เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับจากเจ้าหน้าที่
ความกังขาจากนานาชาติและก้าวต่อไปของกัมพูชา
ทางด้านองค์กรระหว่างประเทศอย่างแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ออกมาแสดงความสงสัยต่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว โดยชี้ว่าอุตสาหกรรมการหลอกลวงนี้มีมูลค่ามหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์ และมีเครือข่ายที่ฝังรากลึกเกินกว่าจะถอนรากถอนโคนได้โดยง่าย การปราบปรามในระยะยาวจึงไม่ได้วัดกันแค่จำนวนค่ายแรงงานที่ปิดตัวลง แต่ต้องดูที่กระบวนการยุติธรรมว่าผู้กระทำผิดได้รับโทษอย่างสาสมหรือไม่
ข้อมูลจากการปฏิบัติการของทางการกัมพูชาตั้งแต่เดือน ก.ค. 2568 มีตัวเลขที่น่าสนใจ ดังนี้:
- ตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยไปแล้วกว่า 793 แห่ง
- ดำเนินการปราบปรามสำเร็จใน 624 แห่ง
- จับกุมผู้ต้องสงสัยได้เกือบ 30,000 คน จาก 39 สัญชาติ
ถึงแม้รัฐบาลจะยืนยันในความสำเร็จ แต่การแก้ปัญหานี้ยังคงต้องใช้ความร่วมมือข้ามพรมแดนอย่างใกล้ชิด เพราะมิจฉาชีพในยุคดิจิทัลไม่มีพรมแดน การเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะป้องกันไม่ให้พวกเขากลับมาดำเนินการซ้ำได้อีก
เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การกวาดล้างที่เข้มข้นนี้จะนำไปสู่ความปลอดภัยในโลกไซเบอร์อย่างแท้จริง หรือจะเป็นเพียงการย้ายพื้นที่ปฏิบัติการของเหล่ามิจฉาชีพเท่านั้น ประชาชนควรยังคงต้องมีสติและรู้เท่าทันเทคโนโลยีอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม
ที่มา – กัมพูชาเผย ประสบความสำเร็จในการปราบ “สแกมเมอร์” ทั้งหมดในประเทศ