กานาขึ้นราคาโกโก้ถึง 63% เพื่อหวังคืนกำไรให้เกษตรกรไทยและเพิ่มรายได้ที่ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงอักกรา ประเทศกานาว่า รัฐบาลกานาได้ประกาศ กานาขึ้นราคาโกโก้ 63% เพื่อหวังคืนกำไรให้เกษตรกรในประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในตลาดโกโก้โลก หลังจากรายงานแสดงให้เห็นว่ามีการตึงตัวในห่วงโซ่อุปทานจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรม

ตามแผนการใหม่ เกษตรกรผู้ปลูกโกโก้ในกานาจะได้รับเงินจาก 3,100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 100,378 บาท เพิ่มขึ้นเป็น 5,040 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน (ประมาณ 163,195 บาท) ซึ่งเป็นการปรับขึ้นที่สูงถึง 62.58% โดยนายแคสเซียล อาโต ฟอร์สัน รมว.การคลังของกานา ให้เหตุผลว่า กานาต้องการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งล้วนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

กานาขึ้นราคาโกโก้ 63% อีกก้าวเพื่อเกษตรกร

การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนนโยบายที่ประธานาธิบดีจอห์น มาฮามา ได้ให้สัญญาไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียงในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าให้เกษตรกรโกโก้ได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการส่งออกอย่างน้อย 70% ของมูลค่าเอฟโอบี (Free On Board) ซึ่งสะท้อนราคาที่แท้จริงของสินค้า ณ จุดบรรทุกส่งออก

กานาเป็นผู้ผลิตโกโก้อันดับสองของโลก และนับเป็นคู่แข่งสำคัญกับไอวอรีโคสต์ ผู้นำตลาดโกโก้โลก โดยปัจจุบันไอวอรีอด์โคสต์จ่ายให้เกษตรกรที่ 2,200 ฟรังก์ซีเอฟเอต่อกิโลกรัม หรือประมาณ 125 บาท ส่วนมูลค่าต่อตันอยู่ที่ราว 3,900 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 126,270 บาท ซึ่งกานาจัดตั้งราคาที่สูงกว่าอย่างชัดเจนเพื่อดึงดูดแรงงานและเพิ่มแรงจูงใจให้ยังคงอยู่ในอุตสาหกรรมนี้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับตลาดโกโก้โลก

การปรับขึ้นราคากานาครั้งนี้นอกจากจะส่งผลดีต่อเกษตรกรในประเทศ ยังอาจกระตุ้นให้ราคาต้นทุนโกโก้ทั่วโลกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมขนมหวาน รวมไปถึงผู้ผลิตช็อกโกแลตทั้งรายใหญ่และรายย่อย อย่างไรก็นับเป็นการลงทุนในระยะยาวเพื่อควบคุมคุณภาพ ผลผลิต ขณะเดียวกันก็เน้นความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ช่วยให้เห็นภาพของนโยบายเชิงรุก ที่มุ่งเน้นการฝึกอบรมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ผ่านโครงการต่าง ๆ รวมถึงการระดมทรัพยากรเทคโนโลยี เพื่อลดความเสียหายจากสภาพอากาศและเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เห็นได้จากแผนการพัฒนาที่ครอบคลุมการสนับสนุนด้านเงินทุนจนถึงการให้ความรู้เรื่องการดูแลต้นโกโก้อย่างถูกวิธี

เกษตรกรเป็นหลักสำคัญของเศรษฐกิจกานา

หลายปีที่ผ่านมา กานาพบปัญหากับการรักษาแรงงานในภาคเกษตรลดลง การที่เกษตรกรรู้สึกว่าได้รับรายได้ไม่สมเหตุสมผลเมื่อเปรียบกับต้นทุนการผลิต เป็นแรงผลักให้แรงงานรุ่นใหม่ไม่อยากรับไม้ต่อจากการทำเกษตร แผนการ ขึ้นราคาโกโก้ 63% ดังกล่าวจึงไม่เพียงเพิ่มรายได้ชั่วคราว แต่ยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับรุ่นใหม่ที่อาจอยากเข้าสู่ภาคเกษตรในอนาคต

ด้วยแผนนโยบายที่ออกมาอย่างเป็นรูปธรรม กลยุทธ์ของกานาช่วยให้เครือข่ายโกโก้ของประเทศสามารถปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยพยายามชะลอปัญหาที่เกิดจากการชะลอตัวของภาคการผลิตและแรงงานที่สูงอายุ ได้อย่างเด็ดขาด

ในภาพรวม กานาแสดงบทบาทผู้นำอย่างชัดเจนในตลาดโกโก้โลกแม้มิได้ครองตำแหน่งที่ 1 แต่กลับให้ความสำคัญกับความยุติธรรมและศักยภาพการเติบโตของเกษตรกรไทยมากกว่า เมื่อเทียบกับมาตรฐานเดิม ๆ ของประเทศคู่แข่ง

เครดิตภาพ : AFP

Tags:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *