ก.ค.ศ. อนุมัติ ปรับเงินเพิ่มตำแหน่งพัสดุ

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างระเบียบ ก.ค.ศ.ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. …. เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลัง ซึ่ง ก.ค.ศ. ได้ปรับปรุงแก้ไขระเบียบดังกล่าวให้สอดคล้องกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งด้านพัสดุ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 ที่ประกาศใช้ไปเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ และตำแหน่งนักวิชาการพัสดุ ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ หรือหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด และสอดคล้องกับมาตรฐานตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ และนักวิชาการพัสดุ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบงานจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุในลักษณะเดียวกับข้าราชการพลเรือน ให้ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามระเบียบนี้

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับการปรับปรุงระเบียบครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิประโยชน์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากับข้าราชการประเภทอื่น โดยเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการพิจารณาจ่ายเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุและนักวิชาการพัสดุอย่างชัดเจน

ด้าน ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า ระเบียบดังกล่าวเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ปฏิบัติงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีความรับผิดชอบสูง และความเสี่ยงสูงเนื่องจากต้องปฏิบัติงานในการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดิน โดยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษนี้จะจ่ายเพิ่มเติมจากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง ในอัตรา 2,000 – 6,000 บาท ต่อเดือนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ถือเป็นเงินเพิ่มรายเดือนพิเศษเพิ่มเติมสำหรับข้าราชการที่ทำงานด้านพัสดุ และผ่านการอบรมในหลักสูตรที่กรมบัญชีกลางกำหนด รวมถึงต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบด้วย ซึ่งภายหลังจาก ก.ค.ศ. เห็นชอบแล้ว จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศใช้ต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุม ก.ค.ศ. ยังมีมติเห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดเลือก ผอ. และรอง ผอ. สำนักงานการศึกษาเอกชนอำเภอและจังหวัด ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นชอบแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเพื่อพิจารณารางวัลจากผลงานเชิงประจักษ์ซึ่งส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา เป็นผู้พิจารณากลั่นกรองรางวัลเชิงประจักษ์ เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถนำมาใช้ในการขอมีหรือเลื่อนวิทยะฐานะตาม ว1/2569 นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้ สพฐ. และ สำนักงาน ก.ค.ศ. หารือร่วมกันเพื่อพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ สังกัด สพฐ. ก่อนนำเสนอให้ ก.ค.ศ. พิจารณาต่อไป

ก.ค.ศ. ไฟเขียวปรับเงินเพิ่มตำแหน่งพัสดุ

การปรับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งพัสดุนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับบุคลากรที่เกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งจะช่วยสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน และยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านพัสดุให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การที่ ก.ค.ศ. ไฟเขียวปรับเงินเพิ่มตำแหน่งพัสดุ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐอย่างมีธรรมาภิบาล

รายละเอียดการปรับเงินเพิ่มตำแหน่งพัสดุ

การปรับเงินเพิ่มครั้งนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายประการ ดังนี้

  • กลุ่มเป้าหมาย: ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งเจ้าพนักงานพัสดุ และนักวิชาการพัสดุ
  • เงื่อนไข: ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรมาตรฐานวิชาชีพด้านการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด
  • อัตราเงินเพิ่ม: 2,000 – 6,000 บาทต่อเดือน

การที่ ก.ค.ศ. ไฟเขียวปรับเงินเพิ่มตำแหน่งพัสดุ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มรายได้ แต่ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงานอีกด้วย เพราะบุคลากรจะได้รับการพัฒนาและฝึกอบรมให้มีความรู้ความสามารถที่ทันสมัย

ทำไมต้องปรับเงินเพิ่มตำแหน่งพัสดุ?

เหตุผลสำคัญของการปรับเงินเพิ่มตำแหน่งพัสดุ คือ การสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากงานด้านพัสดุเป็นงานที่มีความละเอียดอ่อน ต้องรับผิดชอบสูง และมีความเสี่ยงในการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดิน การปรับเงินเพิ่มจึงเป็นการตอบแทนความทุ่มเทและความเสียสละของบุคลากรเหล่านี้

นอกจากนี้ ยังเป็นการลดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิประโยชน์ระหว่างข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากับข้าราชการประเภทอื่น ทำให้บุคลากรมีความรู้สึกเป็นธรรมและมีกำลังใจในการปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น

การที่ ก.ค.ศ. ไฟเขียวปรับเงินเพิ่มตำแหน่งพัสดุ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังหน่วยงานอื่นๆ ให้เห็นความสำคัญของการบริหารจัดการพัสดุอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

สิ่งที่ต้องจับตาหลัง ก.ค.ศ. อนุมัติ

หลังจากที่ ก.ค.ศ. ได้อนุมัติการปรับเงินเพิ่มตำแหน่งพัสดุแล้ว สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ การนำเสนอเรื่องนี้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบและประกาศใช้ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินเพิ่มให้มีความชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้บุคลากรที่ได้รับสิทธิประโยชน์สามารถเข้าถึงเงินเพิ่มได้อย่างรวดเร็ว

การปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกบุคลากร การแต่งตั้ง และการพัฒนาบุคลากร ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพื่อให้ระบบการบริหารจัดการพัสดุมีความเข้มแข็งและยั่งยืน

การตัดสินใจของ ก.ค.ศ. ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติงานด้านพัสดุ และเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาการบริหารจัดการงบประมาณภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา – บอร์ดก.ค.ศ.ไฟเขียวปรับเงินเพิ่มตำแหน่งพัสดุ สร้างแรงจูงใจ ยกระดับความโปร่งใสงบประมาณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *