ก.ล.ต. เร่งลดเวลาพิจารณา IPO เหลือ 60 – 100 วัน
ในยุคที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวนสูง ทั้งจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เดินหน้าปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดทุนไทย หนึ่งในก้าวย่างสำคัญที่น่าจับตามองคือความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพการระดมทุน โดยเฉพาะโครงการ ก.ล.ต. เร่งลดเวลาพิจารณา IPO เหลือ 60 – 100 วัน เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้รวดเร็วขึ้น
ก.ล.ต. เร่งลดเวลาพิจารณา IPO เหลือ 60 – 100 วัน เพื่อขับเคลื่อนตลาดทุน
จากการเปิดเผยของนางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ระบุว่า ปัจจุบัน ก.ล.ต. ได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นครั้งแรกให้มีความกระชับมากยิ่งขึ้น โดยเปลี่ยนผ่านสู่แนวทางการเน้นเปิดเผยข้อมูลเป็นหลัก (More disclosure-based) ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพของตลาดทุนไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
เดิมทีระยะเวลาเฉลี่ยในการพิจารณา IPO อยู่ที่ประมาณ 147 วัน แต่ด้วยมาตรการใหม่นี้ ก.ล.ต. ตั้งเป้าที่จะลดระยะเวลาดังกล่าวให้เหลือเพียง 60 – 100 วัน ซึ่งถือเป็นการลดระยะเวลาลงถึง 30 – 60% เลยทีเดียว ปัจจุบันทาง ก.ล.ต. ได้ออกแบบกระบวนการใหม่และทดลองใช้งานจริงผ่าน Sandbox แล้วจำนวน 3 บริษัท เพื่อเตรียมความพร้อมและปรับปรุงจุดบกพร่องก่อนการใช้งานจริงเต็มรูปแบบ
เหตุผลเบื้องหลังทำไม ก.ล.ต. เร่งลดเวลาพิจารณา IPO เหลือ 60 – 100 วัน
สาเหตุหลักที่ ก.ล.ต. ต้องเร่งดำเนินการในส่วนนี้ คือต้องการดึงดูดกิจการที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ New Economy เข้ามาระดมทุนในตลาดทุนไทยให้มากขึ้น ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ BOI เพื่อกำหนดช่องทางพิเศษ (Special Track) ให้แก่บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน
- เพิ่มประสิทธิภาพ: ช่วยให้บริษัทเอกชนไม่ต้องรอนาน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเตรียมความพร้อม
- สร้างความเชื่อมั่น: แม้จะลดเวลาลง แต่ยังคงมาตรฐานการกำกับดูแลเรื่อง Conflict of Interest ไว้เข้มงวด
- รองรับเทคโนโลยี: สนับสนุนการระดมทุนรูปแบบใหม่และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังมุ่งเน้นการคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเป็นธรรม โดยมีการยกระดับการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น สถิติล่าสุดบ่งชี้ว่าอายุเคสการตรวจสอบที่ค้างอยู่นั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังมีการปรับปรุงกฎหมายหลักทรัพย์ฯ ชุดใหม่เพื่อยกระดับการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนให้โปร่งใสและมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ในมุมมองของผู้ลงทุน มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้ตลาดทุนมีความคึกคัก แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่ต้องการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ทันสมัย การที่บริษัทเอกชนเข้าถึงตลาดทุนได้ง่ายขึ้นภายใต้มาตรฐานที่แข็งแกร่ง จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผู้ลงทุนยังต้องยึดถือคือการหมั่นตรวจสอบข้อมูลบริษัทก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ เพื่อป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพที่อาศัยช่องว่างของเทคโนโลยีมาหลอกลวงประชาชน
ที่มา – ก.ล.ต. เร่งลดเวลาพิจารณา IPO เหลือ 60 – 100 วัน ทดลองจริงแล้ว 3 บริษัท
