ขยะเปียกดีแต่ปาก ธนพรย้อนผลงานสุทธิพงษ์
ประเด็น ขยะเปียกดีแต่ปาก ธนพรย้อนผลงานสุทธิพงษ์ กลายเป็นที่จับตา หลัง รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์ด้านรัฐศาสตร์ ออกมาตั้งคำถามถึงผลงานและแนวทางการทำงานของนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะโครงการถังขยะเปียก ลดโลกร้อน ซึ่งเคยถูกนำเสนอว่าเป็นโครงการสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและเป็นผลงานเด่นในช่วงเวลาที่มีการผลักดันนโยบายดังกล่าว
รศ.ดร.ธนพรเห็นว่า ก่อนจะวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของบุคคลอื่น ผู้ที่ออกมาพูดก็ควรเปิดโอกาสให้สังคมตรวจสอบผลงานของตนเองด้วย เพราะการทำงานภาครัฐไม่ควรวัดจากภาพประชาสัมพันธ์ จำนวนกิจกรรม หรือกระแสในสื่อเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และงบประมาณของประเทศ
ขยะเปียกดีแต่ปาก ธนพรย้อนผลงานสุทธิพงษ์ กับข้อสังเกตจาก สตง.
ข้อมูลจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ระบุว่า การตรวจสอบการดำเนินงานโครงการใน 76 จังหวัดยังพบข้อจำกัดหลายด้าน โครงการยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างชัดเจน ทั้งการจัดการขยะอินทรีย์จากครัวเรือน การลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ และการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามว่า ตัวเลขความสำเร็จที่เคยมีการรายงานนั้นสะท้อนสถานการณ์จริงมากน้อยเพียงใด
สตง. พบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่งไม่สามารถยืนยันข้อมูลการจัดทำถังขยะเปียกในระดับครัวเรือนได้ครบถ้วน หลักฐานที่รองรับข้อมูลมีเพียง 17.74% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขที่เคยรายงาน นอกจากนี้ ยังพบว่าครัวเรือนบางส่วนไม่ได้ใช้งานถังอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้คัดแยกขยะเป็นประจำ และไม่มีเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงการติดตามผลอย่างเป็นระบบ
ขยะเปียกดีแต่ปาก ธนพรย้อนผลงานสุทธิพงษ์ และปัญหาคาร์บอนเครดิต
อีกประเด็นสำคัญคือเรื่องคาร์บอนเครดิต แม้โครงการจะได้รับการทวนสอบและรับรองการลดก๊าซเรือนกระจกในช่วงปี 2565–2566 รวม 366,394.88 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แต่มีการซื้อขายจริงเพียง 3.63% ของปริมาณที่รับรอง คิดเป็นรายได้ประมาณ 3.07 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการทวนสอบอยู่ที่ประมาณ 5.85 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า โครงการยังมีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น และอาจทำให้เกิดคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณ หากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่ไม่สามารถลดขยะได้จริงหรือสร้างรายได้กลับคืนสู่ท้องถิ่น การทบทวนรูปแบบการดำเนินงานย่อมเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไม่ให้โครงการกลายเป็นเพียงกิจกรรมที่ทำเพื่อสร้างภาพความสำเร็จ
- ปัญหาด้านข้อมูล: หลักฐานการจัดทำถังขยะเปียกในหลายพื้นที่ยังไม่ครบถ้วนและตรวจสอบได้ยาก
- ปัญหาด้านการใช้งาน: บางครัวเรือนไม่ได้ใช้ถังอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลการลดขยะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
- ปัญหาด้านงบประมาณ: รายได้จากการซื้อขายคาร์บอนเครดิตต่ำกว่าค่าใช้จ่ายในการทวนสอบ
- ปัญหาด้านความยั่งยืน: โครงการยังไม่สามารถสร้างพฤติกรรมคัดแยกขยะที่ดำเนินต่อเนื่องในชุมชนได้อย่างชัดเจน
รศ.ดร.ธนพรตั้งข้อสังเกตว่า หัวใจของนโยบายไม่ได้อยู่ที่การประกาศว่ามีการทำถังขยะเปียกครบจำนวนเท่าใด แต่อยู่ที่การตอบให้ได้ว่าขยะลดลงจริงหรือไม่ ประชาชนใช้งานถังอย่างสม่ำเสมอหรือเปล่า และท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากโครงการมากน้อยเพียงใด หากข้อมูลไม่สะท้อนข้อเท็จจริง การนำไปใช้กำหนดนโยบายก็อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนและส่งผลต่อการจัดสรรงบประมาณในอนาคต
ประเด็น ขยะเปียกดีแต่ปาก ธนพรย้อนผลงานสุทธิพงษ์ จึงไม่ได้เป็นเพียงการโต้แย้งระหว่างบุคคล แต่เป็นคำถามต่อระบบการทำงานภาครัฐว่า ควรให้ความสำคัญกับผลลัพธ์หรือภาพลักษณ์มากกว่ากัน การประชาสัมพันธ์อาจทำให้โครงการเป็นที่รู้จักในระยะสั้น แต่ความสำเร็จที่แท้จริงต้องวัดจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของประชาชน
ในมุมของการบริหารท้องถิ่น โครงการลักษณะนี้ควรมีระบบติดตามที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดเผยข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่จำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วม วิธีการใช้งาน ปริมาณขยะที่ลดลง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ไปจนถึงรายได้หรือประโยชน์ที่ชุมชนได้รับ การมีข้อมูลที่ชัดเจนจะช่วยให้หน่วยงานสามารถปรับปรุงโครงการได้ตรงจุด และช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้งบประมาณของตนเอง
ท้ายที่สุด บทเรียนจากกรณีนี้คือการทำงานภาครัฐไม่ควรเน้นเพียงคอนเทนต์หรือกระแส แต่ต้องสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ การวิจารณ์ผู้อื่นควรมาพร้อมความพร้อมที่จะให้สังคมตรวจสอบผลงานของตนเองด้วย หากหน่วยงานต่าง ๆ นำข้อสังเกตของ สตง. ไปปรับใช้จริง โครงการจัดการขยะก็อาจพัฒนาให้เกิดประโยชน์มากขึ้น และช่วยสร้างพฤติกรรมรักษาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนได้ในระยะยาว
ที่มา – ขยะเปียกดีแต่ปาก’ธนพร’ย้อนผลงาน’สุทธิพงษ์’ ยุคคุมท้องถิ่น มีแต่โครงการเน้นคอนเทนท์