ขยายผล 6 เม็ดล่าแก๊งยานรกภาคตะวันออก จับเครือข่าย ‘ตุ๊ก บางทราย’ ยึดไอซ์-คีตามีน 115 กก.
ขยายผล 6 เม็ดล่าแก๊งยานรกภาคตะวันออก
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง ร่วมกับ พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ และ พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ ได้ทำการขยายผลเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งมีชื่อว่า ‘ตุ๊ก บางทราย’ จนสามารถเข้าค้นเป้าหมายได้ 4 แห่งในชลบุรี พร้อมของกลางไอซ์และคีตามีนรวมกันกว่า 115 กิโลกรัม
ปฏิบัติการล่าสุดของตำรวจภูธรภาค 2
การจู่โจมครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวภายใต้โครงการกวาดล้างยาเสพติดในชื่อ ‘No Drugs No Dealers’ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกวาดล้างยาเสพติดทุกมิติ โดยของกลางจำนวนมากนี้ หากหลุดไปสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท สร้างผลกระทบต่อเยาวชนและชุมชนอย่างรุนแรง
- ไอซ์: หนึ่งในสารเสพติดที่รัฐให้ความสำคัญ
- คีตามีน: ถูกแพร่หลายภายใต้รูปแบบที่เสพง่ายและส่งผลทางด้านจิตใจ
จาก 6 เม็ดเริ่มขยายผล
เริ่มต้นจากคดีเล็กๆ ที่จับผู้ต้องหาอย่างนายอนันต์ พร้อมของกลางยาบ้า 6 เม็ด เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2568 จากนั้นตำรวจไม่หยุดเพียงแค่นั้น ได้สืบสวนต่อจนนำไปสู่นายสังคม (บอย) ที่มีของกลางยาบ้าเพิ่มเติม 104 เม็ด พร้อมยาอี 67 เม็ดและอาวุธปืนอีกหนึ่งกระบอก
ภายหลังขยายผลเพิ่มเติม ตำรวจได้บุกจับกุมนายอภิชัย หรือเอ้ ผู้ค้ารายใหญ่ พร้อมยึดยาบ้ากว่า 20,953 เม็ด และคีตามีน 137.98 กรัม และจากสอบปากคำ ตำรวจสามารถติดตามเครือข่ายไปยัง ‘ตุ๊ก บางทราย’ ซึ่งถือเป็นผู้สั่งการในพื้นที่ภาคตะวันออก
ยึดได้แล้ว 115 กก. คาดโทษต่อเครือข่ายสำคัญ
ผลลัพธ์ของปฏิบัติการครั้งนี้นับว่าเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญให้กับการปราบปรามยาเสพติดระดับประเทศ โดยเฉพาะความมุ่งมั่นของ พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรอง ผบก.สส.ภ.2 และมีบทบาทในการวิเคราะห์ข้อมูลจนนำมาสู่การตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมหาศาล นั่นจึงเป็นตัวอย่างของการทำงานที่ต้องอาศัยการสืบสวนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพ
ตำรวจภูธรภาค 2 ยืนยันยุทธการปราบผู้ค้า
ปัจจุบันตำรวจภูธรภาค 2 ดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อจัดการทั้งผู้ค้ารายย่อย ผู้ค้าระดับกลาง และนายทุนใหญ่โดยไม่ละเว้น ขณะเดียวกันก็ผลักดันให้มีการช่วยเหลือผู้เสพย์เข้าสู่กระบวนการบำบัด เพื่อป้องกันการทำลายชุมชนจากการแพร่ระบาดของยาเสพติด ในแง่ของสถานที่ท่องเที่ยวและพื้นที่ชุมชน ตำรวจต้องรับความรับผิดชอบในการปกป้องเยาวชนและสังคมไทย
หากใครมีเบาะแสเกี่ยวกับเครือข่ายค้ายาเสพติด สามารถติดต่อแจ้งได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทร. 191 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยุติปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน