ขสมก.รายงานครม.ผลประมูลรถเมล์EV 1,520 คัน

หลังจากที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ประกาศผลการประมูลรถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ไปเมื่อไม่นานมานี้ ล่าสุดได้มีความคืบหน้าสำคัญ โดยขสมก. ได้นำผลการประกวดราคาเสนอต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้รับทราบ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น

ขสมก.รายงานครม.ผลประมูลรถเมล์EV 1,520 คัน

โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางเดิมที่ใช้น้ำมันดีเซล มาเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายพลังงานสะอาดของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดมลพิษและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนในกรุงเทพมหานคร

สำหรับการประมูลรถเมล์EV ครั้งนี้ มีจำนวนรถทั้งสิ้น 1,520 คัน ระยะเวลาการเช่า 7 ปี และวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 15,355.6 ล้านบาท ซึ่งบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เป็นผู้ชนะการเสนอราคาด้วยมูลค่าต่ำสุด 14,905 ล้านบาท เทียบกับราคากลางที่ 15,326.7 ล้านบาท ถือว่ามีการประหยัดงบประมาณได้กว่า 421 ล้านบาท

ขสมก.รายงานครม.ผลประมูลรถเมล์EV 1,520 คัน พร้อมแผนส่งมอบ

หลังจากที่ขสมก.รายงานครม.ผลประมูลรถเมล์EV 1,520 คัน แล้ว ขสมก. ก็ได้เตรียมแผนการส่งมอบรถตามขั้นตอนต่าง ๆ โดยรถลอตแรก 500 คัน จะส่งมอบภายใน 300 วัน หรือประมาณ 10 เดือน หลังจากมีการลงนามสัญญา ซึ่งคาดว่าจะสามารถส่งมอบให้ประชาชนใช้งานได้ภายในเดือนมีนาคม 2570

ส่วนรถที่เหลืออีก 1,020 คัน จะส่งมอบครบทั้งหมดภายใน 360 วัน หรือประมาณเดือนพฤษภาคม 2570 ซึ่งจะช่วยให้การให้บริการขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครมีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

  • รถลอตแรก 500 คัน: ส่งมอบภายใน 300 วัน (ประมาณเดือนมีนาคม 2570)
  • รถลอตที่สอง 1,020 คัน: ส่งมอบภายใน 360 วัน (ประมาณเดือนพฤษภาคม 2570)
  • เป้าหมายการใช้งาน: เริ่มให้บริการประชาชนภายในต้นปี 2570

อู่จอดรถ EV พร้อมรองรับการให้บริการ

เพื่อรองรับการให้บริการของรถเมล์EV ขสมก. ได้ดำเนินการจัดเตรียมอู่จอดรถแล้ว 5 อู่ ซึ่งสามารถรองรับรถโดยสาร EV ได้ทั้งสิ้น 574 คัน ได้แก่

  • สถานีเคหะ สถานีคลองบางไผ่ (รถไฟฟ้า MRT)
  • ย่านปู่เจ้าสมิงพราย
  • การท่าเรือคลองเตย
  • สถานีขนส่งสายใต้ปิ่นเกล้า
  • ไทรน้อย (เอกชน)

ส่วนรถอีกประมาณ 1,000 คัน จะใช้อู่เดิมของขสมก. โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดทำแผนการปรับปรุงและพัฒนาอู่ให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2569 เพื่อให้พร้อมรองรับการรับมอบรถจากผู้ให้เช่า

การเก็บค่าโดยสารและการอุดหนุน

ในประเด็นของการเก็บค่าโดยสารนั้น ทางนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้ความเห็นว่า หากรถเมล์ EV นี้สามารถให้บริการประชาชนได้จริง ควรมีการเก็บค่าโดยสารในอัตราที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการขาดทุน

ตามการวิเคราะห์ต้นทุนแล้ว ค่าโดยสารที่เหมาะสมสำหรับรถเมล์ EV ควรอยู่ที่ประมาณ 15-20-25 บาท ซึ่งเท่ากับอัตราค่าโดยสารของรถปรับอากาศในปัจจุบัน แต่หากมีการเก็บค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุน ขสมก. ก็จะต้องพึ่งพิงการอุดหนุนจากรัฐบาล

ขสมก. จึงได้เสนอให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยค่าโดยสารส่วนต่าง หรืออุดหนุนค่าโดยสารให้กับผู้ใช้บริการ เพื่อไม่ให้ขสมก. ประสบปัญหาขาดทุนสะสมอีกต่อไป ทั้งนี้ ขสมก. มีเป้าหมายว่า รถเมล์ EV จะสามารถช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันได้ถึง 40% และสามารถพลิกฟื้นให้ขสมก. ทำกำไรได้ในอนาคต

ขสมก.รายงานครม.ผลประมูลรถเมล์EV 1,520 คัน

การรายงานผลการประมูลรถเมล์ EV ของขสมก. ต่อครม. ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานครมีความทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีให้กับประชาชนว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความตั้งใจในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้มีคุณภาพและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องติดตาม ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรงบประมาณ การอุดหนุนค่าโดยสาร หรือการบริหารจัดการอู่จอดรถ EV ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้อย่างใกล้ชิด และร่วมกันให้กำลังใจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ที่มา – นำผลประมูลรถเมล์ขสมก.รายงานครม.เพื่อทราบ1,520คันเรียกนครชัยแอร์เซ็นสัญญา14,905ล้านได้ใช้ต้นปี 70

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *