‘คดีอุกฉกรรจ์’ ต้องลงโทษเด็ดขาด ยึดหลักฐานจริง ไม่ทำตาม ‘ความสะใจสังคม’
ในสภาวะที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมายโดยเฉพาะเรื่องโทษประหารชีวิตกลับมาเป็นที่ถกเถียงกันอีกครั้ง นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง จากพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ‘คดีอุกฉกรรจ์’ ต้องลงโทษเด็ดขาด ยึดหลักฐานจริง ไม่ทำตาม ‘ความสะใจสังคม’ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีความศักดิ์สิทธิ์และยั่งยืน
‘คดีอุกฉกรรจ์’ ต้องลงโทษเด็ดขาด ยึดหลักฐานจริง ไม่ทำตาม ‘ความสะใจสังคม’
หลายคนอาจสงสัยว่าการที่สังคมเรียกร้องให้ลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างรุนแรงนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ในมุมมองของนักการเมืองท่านนี้มองว่า หากเราปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามกระแสของอารมณ์หรือ ความสะใจของสังคม เพียงอย่างเดียว อาจทำให้เกิดความผิดพลาดในการบังคับใช้กฎหมายได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการยึดถือพยานหลักฐานเป็นหลัก โดยเฉพาะกับผู้ที่กระทำความผิดซ้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง
หลักการลงโทษที่ต้องสมดุล: ยึดหลักฐาน ไม่ใช่กระแส
แนวคิดที่ว่า ‘คดีอุกฉกรรจ์’ ต้องลงโทษเด็ดขาด ยึดหลักฐานจริง ไม่ทำตาม ‘ความสะใจสังคม’ นั้นไม่ได้หมายถึงการละเลยความรู้สึกของเหยื่อ แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างความยุติธรรมกับหลักนิติธรรม ดังนี้:
- การป้องกันการกระทำผิดซ้ำ: ผู้ที่ก่อเหตุซ้ำซากและไม่สำนึกในโอกาสที่ได้รับ ควรได้รับบทลงโทษที่รุนแรงเพื่อเป็นเยี่ยงอย่าง
- ความชัดเจนของหลักฐาน: โทษประหารชีวิตหรือโทษหนักควรใช้ในกรณีที่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาเท่านั้น ไม่ควรตัดสินด้วยความรู้สึกหรืออคติ
- การสร้างมาตรฐานสังคม: การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นจะช่วยรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตาม การผลักดันกฎหมายเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในกระบวนการยุติธรรมนั้น ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของสาธารณะอย่างแท้จริง ทุกพรรคการเมืองควรหันมาหารือกันเพื่อหาจุดสมดุลที่ดีที่สุด ทั้งในด้านการป้องกันอาชญากรรมและการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ เพื่อไม่ให้สังคมตกอยู่ในวังวนของความรุนแรงเพียงเพราะต้องการตอบโต้ด้วยความสะใจ
ท้ายที่สุดแล้ว ความยุติธรรมที่แท้จริงไม่ใช่การตอบสนองด้วยความโกรธแค้น แต่คือการทำให้มั่นใจว่าผู้ที่กระทำผิดต้องได้รับบทลงโทษที่สาสมกับความผิดที่ได้ก่อไว้จริง โดยตั้งอยู่บนบรรทัดฐานของความเป็นธรรมและพยานหลักฐานที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ซึ่งนี่คือทางออกที่จะทำให้สังคมไทยมีความปลอดภัยและยั่งยืนอย่างแท้จริง
ที่มา – ‘คดีอุกฉกรรจ์’ ต้องลงโทษเด็ดขาด ยึดหลักฐานจริง ไม่ทำตาม ‘ความสะใจสังคม’