คนแจ้งจับลุงชรา นั่งพักเหนื่อยขวางทางเท้า ใจร้ายไปไหม?
คนแจ้งจับลุงชรา นั่งพักเหนื่อยขวางทางเท้า ใจร้ายไปไหม?
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล เมื่อมีพลเมืองดีแจ้งสายด่วน 191 ว่าพบผู้สูงอายุวางตะกร้าขายของกีดขวางทางเท้า จนเกิดคำถามขึ้นมาในใจหลายคนว่า คนแจ้งจับลุงชรา นั่งพักเหนื่อยขวางทางเท้า ใจร้ายไปไหม? กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก
เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ผ่านเพจ “จร.มอส เตือนอย่างเดียว ไม่จับ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เลือกใช้ “หัวใจ” นำกฎหมาย แทนการใช้ความรุนแรงหรือการปรับเงินโดยไม่ฟังเหตุผล เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ก็พบเพียงคุณลุงสูงวัยที่นั่งพักด้วยความเหนื่อยล้าเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะกีดขวางการจราจรแต่อย่างใด
บทเรียนความเห็นอกเห็นใจจากเหตุการณ์คนแจ้งจับลุงชรา นั่งพักเหนื่อยขวางทางเท้า ใจร้ายไปไหม?
แทนที่จะรีบออกใบสั่งหรือดำเนินการตามขั้นตอนที่เข้มงวด เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกลับเลือกที่จะใช้การเจรจาแทน โดยเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับคุณลุงอย่างอ่อนโยน พร้อมกับช่วยยกตะกร้าสินค้าไปวางในจุดที่เหมาะสมและไม่กีดขวางทางเดิน เพื่อให้ทางเท้ากลับมาใช้งานได้สะดวกตามเดิม นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการบังคับใช้กฎหมายไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความสูญเสียหรือความกดดันของผู้ที่มีรายได้น้อยหรือผู้สูงอายุเสมอไป
- การบังคับใช้กฎหมายด้วยความเมตตา: ตำรวจจราจรเลือกวิธีตักเตือนและช่วยเหลือแทนการปรับ
- หัวใจบริการเหนือสิ่งอื่นใด: การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนต้องมาคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิต
- มองมุมกลับปรับมุมมอง: ก่อนแจ้งเหตุ ควรสังเกตเจตนาหรือสถานการณ์ของผู้กระทำความผิดก่อนเสมอ
หลายคนเมื่อทราบข่าวว่ามี คนแจ้งจับลุงชรา นั่งพักเหนื่อยขวางทางเท้า ใจร้ายไปไหม? ต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรท่านนี้เป็นอย่างมาก เพราะในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ การประคองชีวิตของคนหาเช้ากินค่ำและผู้สูงอายุที่ต้องดิ้นรน เป็นสิ่งที่เราคนไทยควรช่วยเหลือหรือเห็นอกเห็นใจกันให้มากขึ้น มากกว่าการซ้ำเติมกันเพียงเพราะทำผิดกฎระเบียบเล็กน้อย
สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากเหตุการณ์นี้คือ ความเป็นคนคือพื้นฐานสำคัญที่สุดในสังคม การมีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จะช่วยให้สังคมน่าอยู่ขึ้นกว่าการจ้องจับผิดกันเพียงอย่างเดียว ลองหยุดถามตัวเองสักนิดก่อนตัดสินใคร แล้วเราจะพบว่าความเมตตามีค่ามากกว่าการบังคับกฎหมายเพียงอย่างเดียวเสมอครับ
ที่มา – ใจร้ายไปไหม? จวกคนแจ้งจับลุงชรา นั่งพักเหนื่อยขวางทางเท้า ตร.จร. ทำน้ำตาซึม ไม่จับแต่ช่วยยกของ
