คพ. ตรวจรอยรั่วน้ำมันเชื้อเพลิง-พระราม 3
คพ. ตรวจรอยรั่วน้ำมันเชื้อเพลิง-พระราม 3 หลังพบจุดต้องสงสัยบริเวณใต้สะพานยกระดับถนนเชื้อเพลิง ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนพระราม 3 โดยกรมควบคุมมลพิษส่งทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ร่วมกับกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งตรวจสอบการปนเปื้อนและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่
คพ. ตรวจรอยรั่วน้ำมันเชื้อเพลิง-พระราม 3 เร่งหาต้นเหตุ
เจ้าหน้าที่พบจุดต้องสงสัยบริเวณหลุมที่ 5 ซึ่งอยู่ลึกลงไปประมาณ 2.5 เมตร ภายในหลุมพบท่อมีลักษณะบวมและมีน้ำมันรั่วซึมออกมาเป็นหยด เบื้องต้นระบุว่าท่อดังกล่าวเป็นท่อขนส่งน้ำมันขาออกไปยังพื้นที่มักกะสัน ดอนเมือง และบางปะอิน โดยเกี่ยวข้องกับระบบขนส่งน้ำมันทางท่อของผู้ประกอบการที่รับผิดชอบในบริเวณดังกล่าว
หลังพบการรั่วไหล ผู้เชี่ยวชาญได้สูบน้ำมันออกจากพื้นที่เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง พร้อมอยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อระบุตำแหน่งรั่วที่แน่นอน ขั้นตอนต่อไปคือการเลื่อนปลอกเหล็กที่ใช้ประกับท่อออก หากไม่สามารถดำเนินการได้ อาจจำเป็นต้องตัดท่อเพื่อตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟและอันตรายจากไอระเหยของน้ำมัน
คพ. ตรวจรอยรั่วน้ำมันเชื้อเพลิง-พระราม 3 ด้วยเทคนิค “ลายนิ้วมือน้ำมัน”
หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการตรวจสอบครั้งนี้คือการเก็บตัวอย่างน้ำมันบริเวณจุดรั่ว เพื่อนำไปวิเคราะห์ทางเคมีในห้องปฏิบัติการด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Oil Fingerprinting หรือ “การตรวจสอบลายนิ้วมือน้ำมัน” วิธีการดังกล่าวช่วยเปรียบเทียบคุณสมบัติและองค์ประกอบของตัวอย่างน้ำมันกับน้ำมันของผู้ประกอบการที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้สามารถระบุแหล่งที่มาและเชื่อมโยงกับต้นเหตุของการรั่วไหลได้อย่างเป็นระบบ
การพิสูจน์เอกลักษณ์ของน้ำมันมีความสำคัญต่อการดำเนินการตามกฎหมาย เพราะผลตรวจจากห้องปฏิบัติการสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการหาผู้รับผิดชอบ รวมถึงใช้วางแนวทางแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต ทั้งนี้ ต้องรอผลวิเคราะห์อย่างเป็นทางการก่อนสรุปว่า น้ำมันที่พบมาจากท่อหรือผู้ประกอบการรายใด
ตรวจวัดอากาศและเฝ้าระวังความปลอดภัย
กรมควบคุมมลพิษได้ตรวจวัดค่าความเข้มข้นของสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs รวมถึงค่าความเสี่ยงต่อการระเบิดและการลุกติดไฟ หรือ LEL ในบริเวณจุดต้องสงสัย ผลเบื้องต้นพบค่า VOCs อยู่ที่ 21 ppm และไม่พบความเสี่ยงต่อการติดไฟในช่วงเวลาที่ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ภายในหลุมยังถือว่ามีความเสี่ยง เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางและปฏิบัติงานตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
- สูบน้ำมันที่รั่วไหลออกจากพื้นที่และนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี
- ตรวจสอบท่อใต้ดินเพื่อหาตำแหน่งรั่วที่แน่นอน
- เก็บตัวอย่างน้ำมันและดินปนเปื้อนเพื่อวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
- ติดตามคุณภาพอากาศและป้องกันไม่ให้คราบน้ำมันไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
- ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อซ่อมแซมและอุดรอยรั่วโดยเร็ว
นอกจากน้ำมันที่พบในหลุมแล้ว หน่วยงานยังให้ความสำคัญกับดินและน้ำที่อาจปนเปื้อน โดยแนะนำให้เก็บรวบรวมวัสดุเหล่านี้ไปกำจัดตามหลักวิชาการ ไม่ควรปล่อยให้ตกค้างหรือไหลเข้าสู่ระบบระบายน้ำ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบในระยะยาว
ประชาชนควรติดตามสถานการณ์อย่างไร
ประชาชนที่อาศัยหรือสัญจรใกล้บริเวณถนนเชื้อเพลิงและถนนพระราม 3 ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ปฏิบัติงาน ไม่สัมผัสคราบน้ำมันหรือดินที่อาจปนเปื้อน และไม่ควรจุดไฟหรือทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดประกายไฟ หากพบกลิ่นฉุนรุนแรง มีคราบน้ำมันในท่อระบายน้ำ หรือพบความผิดปกติอื่น ๆ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
กรมควบคุมมลพิษยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมสถานการณ์ ตรวจสอบผลกระทบ และติดตามการแก้ไขจนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีน้ำมันรั่วไหลเพิ่มเติม ประชาชนสามารถแจ้งเหตุหรือขอคำแนะนำผ่านสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ โทร. 1650 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อควรรู้: ผลตรวจ “ลายนิ้วมือน้ำมัน” จะเป็นหลักฐานสำคัญในการระบุแหล่งที่มา ดังนั้นการเก็บตัวอย่างอย่างถูกต้องและการตรวจวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญจึงมีบทบาทต่อการหาผู้รับผิดชอบและการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างมาก หากพบสิ่งผิดปกติ อย่านิ่งนอนใจ ควรแจ้งหน่วยงานทันทีเพื่อช่วยลดความเสี่ยงและจำกัดผลกระทบให้เร็วที่สุด


