ครม.แต่งตั้งเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง เจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนา เพื่อทดแทนผู้ดำรงตำแหน่งเดิมที่มีกำหนดเกษียณอายุราชการ โดยการแต่งตั้งจะมีผลตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป ข่าวนี้ได้รับความสนใจจากแวดวงศิลปวัฒนธรรม ศาสนา และหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนามีบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมกิจการศาสนาและการเชื่อมโยงศาสนากับสังคมไทย
การแต่งตั้งครั้งนี้สะท้อนถึงการพิจารณาบุคลากรที่มีประสบการณ์รอบด้าน ทั้งการบริหารราชการ การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ โดยนายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล สั่งสมประสบการณ์จากการทำงานในกรมศิลปากรมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งสำคัญในกระทรวงวัฒนธรรม จึงมีความเข้าใจทั้งงานเชิงนโยบายและการปฏิบัติงานจริง
ครม.แต่งตั้งเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา
น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการแต่งตั้งนายเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนา การแต่งตั้งดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้การบริหารราชการดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งต่อภารกิจสำคัญของกรมการศาสนาในอนาคต
นายเจษฎาเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม และรองอธิบดีกรมศิลปากร ตำแหน่งเหล่านี้ทำให้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการอนุรักษ์โบราณสถาน การดูแลแหล่งศิลปกรรม การบริหารโครงการขนาดใหญ่ และการประสานงานกับหลายภาคส่วน นอกจากนี้ ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ยังได้ลงพื้นที่ติดตามงานในจังหวัดต่าง ๆ ทำให้เห็นสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนอย่างใกล้ชิด
ประสบการณ์สำคัญของเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล
จุดเด่นของ เจษฎา ชีวะวิชวาลกุล คือการมีประสบการณ์ที่ครอบคลุมทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม การบริหารองค์กร และการทำงานร่วมกับชุมชน ประสบการณ์ดังกล่าวสามารถนำมาต่อยอดภารกิจของกรมการศาสนาได้หลายด้าน โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ศาสนสถานเป็นพื้นที่สร้างประโยชน์แก่สังคม และการสนับสนุนกิจกรรมทางศาสนาที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
- ด้านการบริหารราชการ: มีประสบการณ์ทำงานในระดับกรมและกระทรวง เข้าใจกระบวนการกำหนดนโยบาย การจัดสรรทรัพยากร และการติดตามผลการดำเนินงาน
- ด้านศิลปวัฒนธรรม: เคยรับผิดชอบงานอนุรักษ์และบริหารจัดการมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งเชื่อมโยงกับศาสนสถานและแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์
- ด้านการทำงานในพื้นที่: มีโอกาสลงพื้นที่พบปะหน่วยงานท้องถิ่น ชุมชน และเครือข่ายวัฒนธรรม ทำให้เข้าใจความแตกต่างของแต่ละจังหวัด
- ด้านการประสานความร่วมมือ: สามารถทำงานร่วมกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะสงฆ์ ผู้นำศาสนา และภาคประชาชน
ภารกิจของกรมการศาสนาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดูแลกิจกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การสร้างความเข้าใจระหว่างศาสนา และการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงหลักธรรมอย่างเหมาะสมกับยุคสมัย การบริหารงานในปัจจุบันจึงต้องอาศัยทั้งความเข้าใจด้านศาสนา ความสามารถในการสื่อสาร และการทำงานที่เปิดกว้างกับคนรุ่นใหม่
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคือการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม ในช่วงที่นายเจษฎาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ได้รับผิดชอบและติดตามภารกิจที่เกี่ยวข้องกับแหล่งศาสนา แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม และกิจกรรมในชุมชน การทำงานลักษณะนี้ต้องประสานหลายหน่วยงาน ตั้งแต่ส่วนกลาง จังหวัด ท้องถิ่น ไปจนถึงประชาชนในพื้นที่
หากนำประสบการณ์ดังกล่าวมาต่อยอดอย่างเป็นระบบ กรมการศาสนาอาจสามารถพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงศาสนาให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยคำนึงถึงความเหมาะสมทางศาสนา การอนุรักษ์สถานที่ และการกระจายรายได้สู่ชุมชน การท่องเที่ยวในลักษณะนี้ไม่ควรเน้นเพียงจำนวนผู้เดินทาง แต่ควรสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความเคารพต่อศาสนสถานและวัฒนธรรมท้องถิ่นไปพร้อมกัน
นอกจากงานด้านการท่องเที่ยวแล้ว การสร้างเครือข่ายระหว่างศาสนสถานกับสถานศึกษาและชุมชนก็เป็นภารกิจที่มีความสำคัญ ศาสนสถานสามารถเป็นพื้นที่เรียนรู้เรื่องประวัติศาสตร์ ศิลปะ ภูมิปัญญา และคุณธรรมได้ การสนับสนุนกิจกรรมสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว จะช่วยให้ศาสนาเข้าถึงคนทุกช่วงวัยมากขึ้น โดยควรออกแบบกิจกรรมให้เข้าใจง่าย มีความสร้างสรรค์ และเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน
สำหรับประชาชน การแต่งตั้ง ครม.แต่งตั้งเจษฎา ชีวะวิชวาลกุล อธิบดีกรมการศาสนา ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าติดตาม เพราะผู้นำองค์กรคนใหม่จะมีบทบาทกำหนดทิศทางการทำงานด้านศาสนาในหลายมิติ ทั้งการส่งเสริมคุณธรรม การดูแลศาสนสถาน การสนับสนุนชุมชน และการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ความสำเร็จของนโยบายจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่อย่างจริงจัง
โดยภาพรวม การแต่งตั้งครั้งนี้มีความน่าสนใจจากพื้นฐานประสบการณ์ของผู้ได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งมีความเชื่อมโยงระหว่างงานศิลปวัฒนธรรม มรดกทางวัฒนธรรม และการบริหารราชการ หากสามารถนำความรู้จากทุกด้านมาผสานกันได้อย่างเหมาะสม ก็มีโอกาสช่วยให้กรมการศาสนาทำงานเชิงรุก เข้าถึงประชาชน และสร้างประโยชน์แก่สังคมได้มากขึ้น ทิศทางหลังจากนี้จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนและเครือข่ายด้านศาสนาควรร่วมกันติดตาม พร้อมเสนอความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนการทำงานที่ตอบโจทย์สังคมไทยอย่างแท้จริง
มุมมอง: การบริหารงานศาสนาในยุคใหม่ควรเดินหน้าไปพร้อมกับการอนุรักษ์รากวัฒนธรรมและการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วม หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง การแต่งตั้งครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนางานศาสนาให้ใกล้ชิดประชาชนและมีบทบาทต่อสังคมมากยิ่งขึ้น
ที่มา – ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง ‘เจษฎา ชีวะวิชวาลกุล’ เป็น ‘อธิบดีกรมการศาสนา’