คลังปรับแผนหนี้ปี 69 ดันก่อหนี้ใหม่ 1.42 ล้านล้าน
กระทรวงการคลังเดินหน้าปรับแผนบริหารหนี้สาธารณะปี 2569 หรือที่เรียกว่า คลังปรับแผนหนี้ปี 69 เพื่อรองรับการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และการค้ำประกันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้ยอดก่อหนี้ใหม่พุ่งทะลุ 1.42 ล้านล้านบาท นับเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันเพดานหนี้สาธารณะให้อยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% ของ GDP ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 68% เท่านั้น
คลังปรับแผนหนี้ปี 69 อย่างไรบ้าง
หลังจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำหนดไทม์ไลน์เร่งด่วน ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (กนก.) ได้ประชุมเสร็จสิ้น โดยปรับแผนก่อหนี้ใหม่เพิ่มอีก 2.2 แสนล้านบาท จากเดิม 1.2 ล้านล้านบาท เป็น 1.42 ล้านล้านบาท ส่วนแผนบริหารหนี้เดิมอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านบาท และชำระหนี้ 5 แสนล้านบาท เกือบไม่เปลี่ยนแปลง
รายละเอียดการเพิ่มหนี้ 2.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 2 หมื่นล้านบาท สำหรับค้ำประกันกองทุนน้ำมันที่ ครม.อนุมัติแล้ว และ 2 แสนล้านบาท จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยบรรจุครึ่งหนึ่งในปีนี้ อีกครึ่งเลื่อนไปปี 70 เพราะคาดว่ากู้ไม่หมดในปีเดียว และวงเงินใช้ได้ถึงปี 70 วิธีนี้ช่วยลดแรงกดดันเพดานหนี้ปี 69 อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบจากการคลังปรับแผนหนี้ปี 69
การ คลังปรับแผนหนี้ปี 69 นี้ ทำให้หนี้ที่รัฐบาลกู้ใช้โดยตรงทะลุ 1.1 ล้านล้านบาท ส่วนเงินกู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณยังคง 8.6 แสนล้านบาท ขั้นตอนต่อไปคือเสนอ ครม. วันที่ 12 หรือ 19 พ.ค. นี้ จากนั้นรอกฎหมายประกาศราชกิจจานุเบกษา และแผนใช้เงินชัดเจน คาดเริ่มกู้ 1 มิ.ย. หากไร้อุบัติเหตุทางการเมืองหรือศาลรธน.
- 14 พ.ค.: ชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงินต่อสภาฯ
- 19 หรือ 26 พ.ค.: ครม.พิจารณาโครงการรอบแรก โดยคณะกลั่นกรองโครงการ (ปลัดคลังเป็นประธาน)
- โครงการแรก: เยียวยาเศรษฐกิจ เช่น ไทยช่วยไทยพลัส รวมคนละครึ่ง-บัตรสวัสดิการ นับแสนล้านบาท
มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนจากราคาน้ำมันแพง แต่ยังกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม หลังได้รับผลกระทบโควิด-19 และปัจจัยภายนอก การแบ่งก้อนหนี้เป็น 2 ปี ยังแสดงถึงการวางแผนที่รอบคอบ ป้องกันหนี้พุ่งเกินเป้า
นอกจากนี้ คลังปรับแผนหนี้ปี 69 ยังช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของรัฐบาลในสายตานักลงทุนต่างชาติ เพราะเพดานหนี้ต่ำกว่า 70% ของ GDP ถือว่าอยู่ในระดับปลอดภัย สามารถกู้เงินได้ในต้นทุนต่ำ ส่งผลดีต่องบประมาณแผ่นดินในระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจมองว่ามาตรการนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูเศรษฐกิจปี 2569 โดยเฉพาะภาคประชาชนและ SME ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการเยียวยา หากดำเนินการเร็วตามไทม์ไลน์ เศรษฐกิจไทยมีโอกาสโตเกิน 3% ตามเป้า
อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพราะการกู้เงินจำนวนมากต้องใช้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้กลายเป็นภาระหนี้ในอนาคต สุดท้ายแล้ว การคลังปรับแผนหนี้ปี 69 ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน
คุณคิดอย่างไรกับการคลังปรับแผนหนี้ปี 69 นี้? มันจะช่วยเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือไม่ คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะ!
ที่มา – คลังปรับแผนหนี้ปี 69 รับ พ.ร.ก.กู้เงิน-ค้ำกองทุนน้ำมัน ดันยอดก่อหนี้ใหม่ ทะลุ 1.42 ล้านล้าน