คลื่นความร้อนนำเทรนด์ “กางเกงทำงานขาสั้น” ทั่วโลก
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเผชิญกับวันที่อากาศร้อนจัดจนไม่อยากขยับตัวไปไหน โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศที่ต้องแต่งกายสุภาพด้วยกางเกงขายาว แต่รู้ไหมว่าในปัจจุบัน คลื่นความร้อนนำเทรนด์ “กางเกงทำงานขาสั้น” กำลังมาแรงมากตั้งแต่ญี่ปุ่นไปจนถึงยุโรป!
ทำไม คลื่นความร้อนนำเทรนด์ “กางเกงทำงานขาสั้น” ถึงเป็นที่นิยม
จากรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ แคมเปญ “Cool Biz” ในโตเกียวได้กลายเป็นต้นแบบที่หลายประเทศนำไปปรับใช้ จากเดิมที่แค่ปลดเนคไทหรือถอดเสื้อสูท ตอนนี้ลามไปถึงการอนุญาตให้พนักงานสวมกางเกงขาสั้นและรองเท้าผ้าใบมาทำงานได้ เพื่อให้เข้ากับสภาพอากาศที่ร้อนระอุขึ้นทุกปี
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก
เมื่อผู้คนต้องการระบายความร้อน คลื่นความร้อนนำเทรนด์ “กางเกงทำงานขาสั้น” จึงสร้างยอดขายมหาศาลให้กับแบรนด์ชั้นนำ:
- Marks and Spencer: รายงานว่ายอดขายกางเกงผ้าลินินสำหรับผู้ชายพุ่งสูงขึ้นถึง 183% ในช่วงฤดูร้อน
- H&M: ปรับกลยุทธ์ด้วยการนำเสื้อผ้าเนื้อบางเบาออกมาจำหน่ายเร็วขึ้น
- HUGO BOSS: เพิ่มคอลเลกชันกางเกงขาสั้นแบบสั่งตัดพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน
ในหลายเมืองใหญ่ของยุโรป เช่น ลอนดอน หรือแฟรงก์เฟิร์ต เราเริ่มเห็นคนในย่านธุรกิจหันมาใส่กางเกงขาสั้นกันมากขึ้น แม้แต่ธนาคารใหญ่อย่าง DNB ในนอร์เวย์ก็เริ่มมีนโยบายผ่อนปรนเรื่องการแต่งกายให้เข้ากับยุคสมัย โดยเน้นความเหมาะสมและความยาวที่ดูดีเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ในบางองค์กรยังคงมีความเห็นที่แตกต่าง อย่างกรณีของธนาคาร Swiss Re ที่เตือนว่ากางเกงขาสั้นอาจเหมาะสำหรับวันหยุดมากกว่า แต่สหภาพแรงงานในเยอรมนีกลับมองว่า หากอุณหภูมิพุ่งสูงเกินไป การยกเว้นกฎระเบียบการแต่งกายคือสิ่งที่ควรทำเพื่อสุขภาวะของพนักงาน
ไม่เพียงแค่การเรียกร้องผ่านการพูดคุย ในวอร์ซอมีคนขับรถประจำทางประท้วงด้วยการใส่กระโปรงแทนกางเกงผ้าโพลีเอสเตอร์ที่ร้อนจัด ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่เราควรปรับตัวให้เข้ากับสภาวะโลกร้อนอย่างแท้จริง การแต่งกายที่เหมาะสมกับสภาพอากาศไม่ควรเป็นเรื่องที่ผิดกฎระเบียบเสมอไป
ในมุมมองของเรา การปรับเปลี่ยนเครื่องแบบทำงานให้มีความยืดหยุ่นไม่ใช่เรื่องของแฟชั่นเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงานและความสบายของพนักงานที่ควรได้รับความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ในช่วงวิกฤตสภาพอากาศเช่นนี้
ที่มา – คลื่นความร้อนนำเทรนด์ “กางเกงทำงานขาสั้น” ตั้งแต่ญี่ปุ่นไปจนถึงยุโรป