ความคืบหน้าเลือกประธานคณะประนอม 14 ส.ค. นี้
ความคืบหน้าเลือกประธานคณะประนอม 14 ส.ค. นี้
อัปเดตสถานการณ์สำคัญในแวดวงการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศกันหน่อยครับ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาเผยถึงความคืบหน้าในการสรรหาบุคคลที่จะมารับหน้าที่สำคัญนั่นคือการจัดตั้ง ความคืบหน้าเลือกประธานคณะประนอม 14 ส.ค. นี้ ภายใต้กฎหมายการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 หรือ UNCLOS ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด
เปิดรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลก
นายสีหศักดิ์ระบุว่า ในวันที่ 14 ส.ค. นี้ จะมีการคัดเลือกประธานจำนวน 1 คน จากบัญชีรายชื่อผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกว่า 10 คน ซึ่งทางฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาได้พิจารณารายชื่อร่วมกัน โดยในส่วนของไทยได้คัดเลือกรายชื่อที่เห็นสมควรจำนวน 6 คน เพื่อส่งกลับไปพิจารณาขั้นสุดท้าย ทั้งนี้ รายชื่อผู้เชี่ยวชาญที่สหประชาชาติส่งมาให้พิจารณานั้นมีความหลากหลายและครอบคลุมภูมิภาคสำคัญทั่วโลก ทั้งจากโซนยุโรป เอเชีย และลาตินอเมริกา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในความโปร่งใสและการเลือกผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจริงๆ
สำหรับสถานที่ประชุมคณะประนอมครั้งแรกที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายนนี้ มีการวางแผนไว้ในเมืองสำคัญที่เป็นที่ตั้งของสำนักงานกฎหมายทางทะเล เช่น:
- ยุโรป: กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ และกรุงปารีส ฝรั่งเศส
- เอเชีย: ประเทศสิงคโปร์ และเวียดนาม
นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องรายงานของนายทอม แอนดรูวส์ เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่พาดพิงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา นายสีหศักดิ์ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ส่งข้อมูลข้อโต้แย้งที่ชัดเจนไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เรียบร้อยแล้ว เพื่อชี้แจงความจริงและแสดงจุดยืนที่ถูกต้องของไทยในเวทีโลก โดยท่านยังมั่นใจว่านานาประเทศจะเข้าใจและรับฟังข้อเท็จจริงที่เรานำเสนอว่าการปฏิบัติต่างๆ ของไทยนั้นอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมและถูกต้องตามหลักสากล
ความคืบหน้าเลือกประธานคณะประนอม 14 ส.ค. นี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของบุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการจัดการปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายสากล ซึ่งนับเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างสง่างามและมีวุฒิภาวะครับ