คอมมานโดรวบพ่อเลี้ยงหื่น หนีไม่รอด
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ หรือคอมมานโด เข้าจับกุมชายอายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี หลังถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับเด็กหญิงวัย 13 ปี โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนคลอง 7 หน้าบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ข่าวนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม เพราะเกี่ยวข้องกับเด็กและบุคคลในครอบครัวที่ควรเป็นผู้ดูแลความปลอดภัย
คดีนี้เป็นกรณีที่ต้องติดตามอย่างรอบคอบ โดยผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมายจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินกระบวนการสอบสวนอย่างรัดกุม เพื่อคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็ก
คอมมานโดรวบพ่อเลี้ยงหื่น หนีไม่รอด
ตามรายงานระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา เด็กหญิงวัย 13 ปี หรือนามสมมุติว่า ด.ญ.เอ พักอยู่ภายในบ้านกับพ่อเลี้ยงเพียงลำพัง เนื่องจากมารดาออกไปทำงานขับรถ ระหว่างนั้นเด็กหญิงอ้างว่าถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายทางเพศภายในบ้าน
หลังเกิดเหตุ เด็กหญิงตัดสินใจปีนออกทางด้านหลังบ้าน แล้วเดินอ้อมไปขอความช่วยเหลือจากป้าข้างบ้าน ซึ่งขณะนั้นกำลังนึ่งข้าวอยู่ โดยขอให้ช่วยพาไปยังบ้านเพื่อนเพื่อความปลอดภัย เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เด็กที่ตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงอาจต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วนเพื่อเอาตัวรอด และการมีเพื่อนบ้านหรือผู้ใหญ่ที่พร้อมช่วยเหลือมีความสำคัญอย่างมาก
คอมมานโดรวบพ่อเลี้ยงหื่น หลังตำรวจติดตามจากหลักฐาน
เมื่อทราบว่าผู้ต้องหาขับรถออกตามหา เด็กหญิงจึงโทรศัพท์แจ้งมารดาและเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง จากนั้นมารดาได้พาเด็กเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงเริ่มสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาและตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการหลบหนี
แนวทางการสืบสวนพบว่า หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาเดินทางออกจากพื้นที่จังหวัดราชบุรี และไปรับจ้างขับรถสิบล้อขนหินอยู่ในจังหวัดสระบุรี ต่อมาเจ้าหน้าที่กองกำกับการ 4 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษติดตามข้อมูลจนทราบเบาะแส จึงวางแผนเข้าจับกุมบริเวณจังหวัดปทุมธานีได้ในที่สุด
- ผู้ต้องหาถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2569
- ข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องกับการพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีเพื่อการอนาจาร
- ยังมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำชำเราและการกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี
- เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง เพื่อดำเนินคดีต่อไป
ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าคบหากับมารดาของเด็กมาประมาณ 2 ปี และเด็กเคยขอมาอาศัยอยู่ด้วย ผู้ต้องหายังกล่าวอ้างว่ามารดาของเด็กมักขอเงิน เมื่อไม่ได้รับเงินก็เกิดการทะเลาะกัน จึงเชื่อว่าอาจมีการสร้างเรื่องเพื่อเรียกเงินจากตน อย่างไรก็ตาม คำให้การดังกล่าวเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างของผู้ต้องหา ซึ่งต้องตรวจสอบร่วมกับพยานหลักฐานทั้งหมดในคดี
ด้านเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมระบุว่า ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากเห็นว่าขัดแย้งกับพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหายอย่างมีนัยสำคัญ จึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งนี้ การพิจารณาว่าผู้ใดมีความผิดหรือไม่ ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและคำพิพากษาของศาล
ข้อควรรู้เมื่อเด็กอาจเผชิญความไม่ปลอดภัย
กรณีนี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับครอบครัว ผู้ปกครอง และคนในชุมชน หากเด็กบอกว่าถูกคุกคาม ถูกทำร้าย หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย ผู้ใหญ่ควรรับฟังอย่างใจเย็น ไม่ตำหนิ และรีบพาเด็กออกจากสถานการณ์เสี่ยงก่อน หากมีเหตุฉุกเฉินควรโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที พร้อมเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น เวลา สถานที่ บุคคลที่เกี่ยวข้อง และข้อความหรือหลักฐานต่าง ๆ โดยไม่เผยแพร่ข้อมูลที่อาจระบุตัวเด็ก
ผู้ปกครองควรย้ำกับเด็กว่า เมื่อเกิดเหตุไม่สบายใจ เด็กสามารถขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เช่น มารดา ญาติ ครู เพื่อนบ้าน หรือเจ้าหน้าที่รัฐ การพูดคุยเรื่องความปลอดภัยในบ้านอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เด็กกล้าสื่อสารและตัดสินใจได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ผู้ใหญ่ทุกคนควรเคารพขอบเขตส่วนตัวของเด็ก และไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ในสถานการณ์ที่อาจเกิดอันตรายโดยไม่มีการดูแล
คดีคอมมานโดรวบพ่อเลี้ยงหื่นครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดี จึงควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการและหลีกเลี่ยงการตัดสินผู้เกี่ยวข้องล่วงหน้า สิ่งสำคัญที่สุดคือการคุ้มครองเด็ก ให้ได้รับการดูแลด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน หากพบเด็กหรือบุคคลใกล้ตัวกำลังตกอยู่ในอันตราย อย่านิ่งเฉย ควรรีบแจ้งผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้หรือเจ้าหน้าที่ทันที
ที่มา – คอมมานโดรวบพ่อเลี้ยงหื่น ย่ำยีลูกเลี้ยงวัย 13 หลบหนีแต่ไม่รอด อ้างถูกแม่เด็กใส่ร้ายรีดเงิน
