คาดส่งออกกุ้งปี 69 ฟื้น วอนรัฐช่วยเพิ่มผลผลิต 4 แสนตัน
คาดส่งออกกุ้งปี 69 ฟื้น วอนรัฐช่วยเพิ่มผลผลิต 4 แสนตัน
อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ หลังจากเผชิญกับความท้าทายหลายด้านตลอดปี 2568 ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศแปรปรวน ภัยธรรมชาติ และความผันผวนของตลาดโลก แต่ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้แนวโน้มการส่งออกกุ้งในปีหน้าดูสดใสขึ้น ด้วยปัจจัยสนับสนุนด้านภาษีและการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก
ความท้าทายในปี 2568 กับการผลิตกุ้งที่ทรงตัว
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า ผลผลิตกุ้งไทยปี 2568 มีปริมาณ 270,000 ตัน เท่ากับปีก่อนหน้า แต่การผลิตได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะสภาพอากาศแปรปรวนในช่วงต้นปีและปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและทำให้เกิดโรคระบาดในกุ้ง เช่น โรคขี้ขาวและโรคตัวแดงดวงขาว ทำให้เกษตรกรต้องจับกุ้งเร็วกว่ากำหนด
นอกจากนี้ มหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล และปัตตานี ยังส่งความเสียหายอย่างรุนแรงต่อการเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ดังกล่าว แม้สัดส่วนการผลิตกุ้งจะมาจากหลายภูมิภาค ได้แก่ ภาคใต้ตอนบน 37% ภาคใต้ตอนล่างฝั่งอันดามัน 23% ภาคตะวันออก 19% ภาคใต้ตอนล่างฝั่งอ่าวไทย 11% และภาคกลาง 10% แต่ทุกพื้นที่ได้รับผลกระทบในระดับต่างกัน
การส่งออกกุ้ง 10 เดือนแรกหดตัว 6%
ภาพรวมการส่งออกกุ้งในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-ตุลาคม) ปรับตัวลดลง 6% ทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลต่อความต้องการบริโภคในตลาดคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน และสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม ตลาดภายในประเทศกลับมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการบริโภคกุ้งที่เพิ่มขึ้น โดยขณะนี้สัดส่วนการบริโภคกุ้งในประเทศคิดเป็นประมาณ 15% ของผลผลิตกุ้งทั้งหมด ซึ่งส่งผลให้ราคาขายกุ้งภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น
ราคาขายกุ้งในประเทศหนุนเป้าการผลิต
ราคากุ้งในปีนี้ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก ราคากุ้งปรับสูงขึ้น 10-15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการบริโภคกุ้งในประเทศที่เพิ่มขึ้น และกลายเป็นแรงจูงใจสำคัญให้เกษตรกรหันมาลงทุนเลี้ยงกุ้งเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาส 3 ราคาเริ่มอ่อนตัวลง 5-10% เนื่องจากปริมาณฝนที่มากขึ้น ทำให้เกษตรกรต้องเร่งจับกุ้งก่อนกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคและการสูญเสีย
สถานการณ์กุ้งโลกปี 2568 และโอกาสของไทย
สำหรับตลาดกุ้งโลก ปี 2568 คาดว่าจะมีปริมาณการผลิต 5.22 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยประเทศผู้ผลิตรายใหญ่หลายประเทศมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเอกวาดอร์ ที่มีปริมาณการผลิต 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 4% ตามด้วยจีน ที่มีการผลิต 1.34 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6%
ในทางกลับกัน ผลผลิตกุ้งของไทยยังคงทรงตัวที่ 270,000 ตัน ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายสำคัญ เนื่องจากไทยต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน เพื่อไม่ให้สูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับประเทศคู่แข่ง
ความเสียหายจากอุทกภัยและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล
นายเอกพจน์ กล่าวถึงความเสียหายจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ สงขลา พัทลุง และปัตตานี ว่า ทางสมาคมอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย โดยคาดการณ์เบื้องต้นว่า มีความเสียหายจากการสูญเสียกุ้งในบ่อประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งปริมาณผลผลิตจากพื้นที่ดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของผลผลิตทั้งหมด
นอกจากความเสียหายต่อผลผลิตในบ่อแล้ว ยังมีความเสียหายต่อเครื่องตีน้ำและอุปกรณ์การเพาะเลี้ยงอื่น ๆ ด้วย ดังนั้น สมาคมจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน จัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูเกษตรกรในการซื้ออุปกรณ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาทำการเพาะเลี้ยงได้ทันในครอปถัดไป
โอกาสการส่งออกกุ้งไทยในปี 2569
สำหรับปี 2569 ถือเป็นปีที่มีความสำคัญต่อการฟื้นฟูอุตสาหกรรมกุ้งไทย เนื่องจากมีปัจจัยหลายประการที่เอื้อต่อการส่งออก โดยเฉพาะมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal) ในตลาดสหรัฐอเมริกา ที่มีการปรับขึ้นอัตราภาษีการนำเข้าจากประเทศต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงมาตรการภาษี AD และ CVD
สิ่งนี้ส่งผลให้อินเดีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกกุ้งรายใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ต้องเผชิญกับอัตราภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และภาษีการอุดหนุน (CVD) สูงถึง 50-60% ขณะที่ไทยมีอัตราภาษีเพียง 19% ทำให้ไทยมีข้อได้เปรียบด้านราคาในการแข่งขัน
ข้อเสนอต่อรัฐบาลเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมกุ้ง
เพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยสามารถกลับมาแข่งขันได้อย่างยั่งยืน สมาคมกุ้งไทยขอเสนอให้ภาครัฐดำเนินการดังนี้
- ผลักดันการแก้ปัญหาการผลิตกุ้งให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเพิ่มผลผลิตกุ้งคุณภาพให้ได้ตามเป้า 400,000 ตัน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับห้องเย็นในการรับออร์เดอร์
- เร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศผู้นำเข้ากุ้งรายใหญ่ ได้แก่ สหภาพยุโรป อังกฤษ และเกาหลีใต้ เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- ยกระดับการฟาร์มกุ้งให้สามารถปรับตัวเข้าสู่การรับรองมาตรฐานสากลที่ตลาดต่างประเทศต้องการ ทั้งด้านความปลอดภัย คุณภาพ และความยั่งยืน
- ดำเนินโครงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น
หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง อุตสาหกรรมกุ้งไทยจะสามารถฟื้นตัวและกลับมาเป็นผู้นำในตลาดโลกได้อีกครั้ง โดยเฉพาะในปี 2569 ที่มีโอกาสทางการตลาดค่อนข้างดี
ที่มา – คาดส่งออกกุ้งปี 69 ฟื้น วอนรัฐช่วยเพิ่มผลผลิต 4 แสนตัน
