ค่าการกลั่นคืออะไร? ส่อง 6 โรงกลั่นไทย ผลกระทบราคาน้ำมัน
ในยุคที่ราคาน้ำมันขึ้นลงไม่แน่นอน คำว่าค่าการกลั่นกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนพูดถึง โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันหน้าปั๊มแพงขึ้นเรื่อยๆ วันนี้เราจะมาอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าค่าการกลั่นคืออะไร? มันมาจากไหน และมีผลต่อเงินในกระเป๋าคุณอย่างไรบ้าง พร้อมส่อง 6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่ในไทยที่เป็นผู้เล่นหลักในวงการนี้
ค่าการกลั่นคืออะไร?
ค่าการกลั่นคืออะไร หลายคนอาจสงสัย คำตอบคือ มันคือ “Gross Refining Margin” หรือ GRM ในภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ขายได้ กับต้นทุนน้ำมันดิบที่นำมาป้อนโรงกลั่น บวกกับต้นทุนดำเนินการต่างๆ ของโรงกลั่น นึกภาพง่ายๆ เหมือนกำไรขั้นต้นของโรงกลั่นนั่นเอง ถ้าค่าการกลั่นสูง แสดงว่าราคาน้ำมันสำเร็จรูปแพงกว่าต้นทุนน้ำมันดิบมาก โรงกลั่นก็กำไรเยอะ แต่ถ้าต่ำหรือติดลบ โรงกลั่นก็ขาดทุน
ค่าการกลั่นจะผันผวนตามราคาน้ำมันโลก ความต้องการน้ำมัน และกำลังการผลิตทั่วโลก เช่น ถ้าความต้องการดีเซลหรือเบนซินพุ่ง แต่โรงกลั่นทั่วโลกมีจำกัด ค่าการกลั่นก็จะพุ่งตาม ทำให้ราคาน้ำมันในไทยแพงขึ้นแม้ราคาดิบจะนิ่ง
ค่าการกลั่นคืออะไรในทางปฏิบัติ?
ในทางปฏิบัติ ค่าการกลั่นคำนวณจากสูตรง่ายๆ: ราคา Crack Spread (ราคาน้ำมันสำเร็จรูป – ราคาน้ำมันดิบ) ลบต้นทุนอื่นๆ เช่น ค่าไฟ ค่าบำรุงรักษา ค่าขนส่ง ปัจจุบัน GRM ทั่วโลกอยู่ที่ราว 5-10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ในไทยอาจแตกต่างตามโครงสร้างตลาด
เปิดรายชื่อ 6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย
ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันเชิงพาณิชย์หลัก 6 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกใกล้ท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด เพื่อความสะดวกในการนำเข้าน้ำมันดิบและส่งออก ลองมาดูกัน
- โรงกลั่นศรีราชา (SRC) ของ PTT Global Chemical กำลังผลิต 170,000 บาร์เรลต่อวัน เป็นโรงเก่าแก่ที่สุด
- โรงกลั่นไทยออยล์ (TOP) ของ PTT Group กำลังผลิตสูงสุด 275,000 บาร์เรลต่อวัน ผลิตน้ำมันหล่อลื่นและยูรีนด้วย
- โรงกลั่นเอสพีอาร์ซี (SPRC) ของ Star Petroleum Refining (เดิม PTT) กำลังผลิต 150,000 บาร์เรลต่อวัน เน้นน้ำมันพื้นฐาน
- โรงกลั่นบีซีพี (BCP) ของ Bangchak Petroleum กำลังผลิต 120,000 บาร์เรลต่อวัน มีเทคโนโลยีล้ำสมัย
- โรงกลั่นไออาร์พีซี (IRPC) ในระยอง กำลังผลิต 200,000 บาร์เรลต่อวัน ผสมผสาน petrochemical
- โรงกลั่นกรุงเทพสังเคราะห์ (BSGF) กำลังผลิตเล็กกว่าแต่เน้นน้ำมันพิเศษ
ทั้ง 6 โรงนี้ผลิตน้ำมันได้วันละกว่า 1 ล้านบาร์เรล พอเลี้ยงความต้องการในประเทศและส่งออก ค่าการกลั่นของแต่ละโรงขึ้นกับประสิทธิภาพและ mix ผลิตภัณฑ์
ทำไมต้องมีค่าการกลั่น และเก็บไปเพื่ออะไร?
โรงกลั่นไม่ใช่โรงงานการกุศล แต่เป็นธุรกิจเสี่ยงสูง ต้องลงทุนเครื่องจักรราคาหลายหมื่นล้าน ค่าการกลั่นจึงเป็นค่าชดเชยความเสี่ยงจากราคาน้ำมันผันผวน สงครามการค้า หรือโควิดที่ทำให้ demand หาย นอกจากนี้ยังครอบคลุมต้นทุนสิ่งแวดล้อม การบำรุงรักษา และกำไรให้ผู้ถือหุ้น ถ้าไม่มีค่าการกลั่น โรงกลั่นไทยอาจล้มละลาย ส่งผลให้ขาดแคลนน้ำมัน
ค่าการกลั่น ส่งผลอย่างไรต่อราคาน้ำมันหน้าปั๊ม?
ราคาน้ำมันที่คุณเติมประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก: 1) ราคาน้ำมันดิบ 2) ค่าการกลั่น 3) ค่าภาครัฐ (ภาษี) 4) ค่าการตลาดและกำไรปั๊ม ถ้าค่าการกลั่นพุ่งจาก 5 เหลือ 15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาเบนซินอาจขึ้น 5-10 บาทต่อลิตร แม้ราคาดิบจะลด นี่คือเหตุผลที่บางครั้งน้ำมันโลกลดแต่หน้าปั๊มไทยลดช้า
ตัวอย่างปี 2022 ค่าการกลั่นพุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี ส่งผลราคาน้ำมันไทยแพงเป็นประวัติการณ์ รัฐจึงต้องกู้กองทุนน้ำมันมา补贴 แต่ไม่ยั่งยืน
สรุปแล้ว ค่าการกลั่นคืออะไร มันคือกลไกตลาดที่จำเป็น แต่รัฐบาลต้องกำกับไม่ให้สูงเกินไป เพื่อสมดุลภาระประชาชนและความเชื่อมั่นนักลงทุน หากแทรกแซงมากเกิน ทุนต่างชาติอาจถอนตัว สุดท้ายผู้บริโภคเดือดร้อน
คุณเห็นด้วยไหมที่ค่าการกลั่นควรถูกควบคุม? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ และติดตามบทความเศรษฐกิจอื่นๆ เพื่ออัพเดทราคาน้ำมันล่าสุด!
ที่มา – ค่าการกลั่นคืออะไร? ส่อง 6 โรงกลั่นไทย ผลกระทบต่อราคาน้ำมันที่คุณต้องจ่าย