“งูใหญ่” เฉาบุกโดน “โบโด-กลิมต์” ทุบหลังหัก
ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟนัดแรก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สร้างความฮือฮาให้แฟนบอลทั่วโลก เมื่อ“งูใหญ่” เฉาบุกโดน “โบโด-กลิมต์” ทุบหลังหักแบบไม่คาดคิด อินเตอร์ มิลาน ทีมจ่าฝูงกัลโช เซเรีย อา จากอิตาลี ต้องพบกับความพ่ายแพ้ 1-3 บนแผ่นดินของทีมแกร่งนอร์เวย์ โบโด/กลิมต์ สถานการณ์ตอนนี้ย่ำแย่สำหรับเนรัซูรี่ที่ต้องกลับไปลุ้นนัดสองที่บ้าน
“งูใหญ่” เฉาบุกโดน “โบโด-กลิมต์” ทุบหลังหัก
เกมนี้เริ่มต้นด้วยความกดดันตั้งแต่ต้นสำหรับอินเตอร์ ที่ออกไปเยือนสนามอันหนาวเหน็บของโบโด/กลิมต์ ทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องฟอร์มร้อนแรงในลีกนอร์เวย์และเคยสร้างเซอร์ไพรส์ในเวทียุโรปมาแล้ว นาทีที่ 20 ซอนเดร เฟต เปิดสกอร์ให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 ก่อนที่อินเตอร์จะมีหวังตีเสมอ 1-1 จากฟรานเชสโก ปิโอ เอสโปซิโต ในนาทีที่ 30 แต่ครึ่งหลังกลายเป็นฝันร้าย เยนส์ เฮาเก้ ยิงนำ 2-1 นาที 61 และแคสเปอร์ ฮ็อกห์ ปิดท้าย 3-1 ทำให้“งูใหญ่” เฉาบุกโดน “โบโด-กลิมต์” ทุบหลังหักอย่างน่าปวดใจ
ไฮไลท์ผู้ทำประตูในแมตช์นี้
- ซอนเดร เฟต (โบโด/กลิมต์) นาที 20
- ฟรานเชสโก ปิโอ เอสโปซิโต (อินเตอร์) นาที 30
- เยนส์ เฮาเก้ (โบโด/กลิมต์) นาที 61
- แคสเปอร์ ฮ็อกห์ (โบโด/กลิมต์) นาทีปิดท้าย
โบโด/กลิมต์ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในเกมรับและโต้กลับที่เฉียบคม พวกเขาครองบอลได้ถึง 58% และมีโอกาสยิงถึง 15 ครั้ง ขณะที่อินเตอร์ดูขาดๆ เกินๆ โดยเฉพาะแนวรุกที่ขาดความคมกริบ แม้จะมีนักเตะชื่อดังอย่างเลาตาโร มาร์ติเนซ แต่ก็ไม่สามารถเจาะกำแพงแนวรับเจ้าถิ่นได้
ฟอร์มทีมก่อนลงสนาม
ก่อนเกมนี้ อินเตอร์กำลังฟอร์มแรงในเซเรีย อา ไร้พ่าย 10 นัดติด และนำจ่าฝูงแบบห่างๆ แต่การเดินทางไกลไปนอร์เวย์ในสภาพอากาศหนาวเย็นอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ทีมชะงัก โบโด/กลิมต์เองก็ไม่ธรรมดา พวกเขาครองแชมป์ลีกนอร์เวย์ 3 สมัยติด และเคยบุกชนะโรม่า 6-1 ในยูโรป้า ลีกเมื่อปีก่อน ทำให้แมตช์นี้กลายเป็นบอทเทลวอชที่แฟนๆ ไม่ควรพลาด
ผลคู่อื่นๆ ในรอบเพลย์ออฟ
- คลับ บรูช เสมอ แอตเลติโก มาดริด 3-3 นัดที่สูสีสุดๆ
- โอลิมเปียกอส แพ้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 0-2 ทีมเสือเหลืองเริ่มโชว์ของ
แมตช์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของรอบเพลย์ออฟ ที่ทีมเล็กๆ สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ทุกเมื่อ สำหรับอินเตอร์ สถานการณ์ตอนนี้กดดันมาก นัดสองที่ซานซิโร่ พวกเขาต้องพลิกกลับมาให้ได้ อย่างน้อย 2-0 เพื่อลุ้นเข้ารอบ
ในมุมมองของผม อินเตอร์ต้องปรับแผนรับมือกับสไตล์ pressing สูงของโบโด/กลิมต์ให้ดีกว่านี้ ลาซิโอ้ของอินซากี้ควรเน้นการครองบอลและใช้ปีกให้เกิดประโยชน์มากขึ้น นี่คือบทเรียนราคาแพงที่ทีมใหญ่ต้องเรียนรู้จากทีมเล็กแต่มีหัวใจนักสู้
คุณคิดว่าอินเตอร์จะพลิกสถานการณ์ได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพิ่มเติมกับเราเพื่ออัปเดตผลการแข่งขันล่าสุด!