จตุพรฟันทุกโรงงานซื้อข้าวโพด9.80บ.หลังชาวไร่ขาดทุน
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศมาตรการเร่งด่วนหลังจากการหารือร่วมกับ ตัวแทนสมาคมการค้าพืชไร่ และ เกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดในจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่กำลังเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนักเนื่องจากราคาข้าวโพดที่ร่วงต่ำถึงกิโลกรัมละ 5 บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงถึงไร่ละกว่า 6,600 บาท
จตุพรฟันทุกโรงงานซื้อข้าวโพด9.80บ.หลังชาวไร่ขาดทุน
รมว.พาณิชย์ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับปัญหาปากท้องของเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง และได้มีการหารือกับโรงงานผู้ผลิตอาหารสัตว์อย่างจริงจัง พร้อมยืนยันว่า ภายในวันศุกร์นี้ ทุกโรงงานจะต้องรับซื้อข้าวโพดในราคา 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ตามที่มติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 กำหนดไว้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมกับเกษตรกรผู้ปลูกและผู้รวบรวม
ส่งสัญญาณยืนยันการรับซื้อภายในประเทศก่อนนำเข้า
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่า สินค้าผลผลิตภายในประเทศจะต้องได้รับการรับซื้อให้หมดก่อน จึงจะพิจารณาการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศต่อ ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์ยังมีมาตรการธงเขียวเพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ส่งเสริมให้เกษตรกรมีภาระที่เบาลง
นอกจากนี้ นายจตุพรยังได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์และอธิบดีกรมการค้าภายใน ออกพื้นที่ตรวจสอบกระบวนการรับซื้อจริง โรงงานใดหากไม่ปฏิบัติตามแนวทางของรัฐจะถูกดำเนินการอย่างเข้มงวด
เกษตรกรเพชรบูรณ์เผยปัญหาราคาข้าวโพดร่วงลึก
ด้านตัวแทนเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่ราคาข้าวโพดต่ำที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยปัจจุบันราคาอยู่ที่ประมาณ 5 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ผลผลิตเพิ่งออกสู่ตลาดเพียง 20% เท่านั้น หากไม่มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เกษตรกรจะไม่สามารถอยู่รอดได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็น “เมืองหลวงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ การรับประกันจากรัฐมนตรีว่าจะเร่งเปิดการรับซื้อภายในประเทศถือเป็นความหวังสำคัญสำหรับเกษตรกรกลุ่มนี้
“ขอขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ที่มาฟังเรา และยอมรับสัญญาว่าจะดำเนินการอย่างจริงจัง ทำให้พวกเราชาวไร่มีความมั่นใจมากขึ้น หลายรายที่ขาดทุนหนักจนขายไม่ไหว อยากให้รัฐเข้ามามีบทบาทบริหารจัดการตลาดให้ดีขึ้นเพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องเสียหาย” ตัวแทนเกษตรกรกล่าว
วิเคราะห์ผลระยะยาว
การตั้งราคารับซื้อข้าวโพดที่ 9.80 บาทต่อกิโลกรัมอาจช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่สิ่งที่จำเป็นมากกว่านั้นคือการวางแผนจัดการตลาดข้าวโพดอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันวิกฤตเช่นนี้จากเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต
รัฐบาลควรสร้างแพลตฟอร์มการซื้อขายที่โปร่งใส สามารถติดตามราคาและปริมาณการผลิตได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงให้การสนับสนุนด้านการตลาดและการจัดจำหน่าย เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันของผลผลิตภายในประเทศ
นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนการผลิตผ่านปุ๋ย อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ประหยัดแรงงาน เพื่อให้เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกได้มากขึ้น
การดูแลเกษตรกรไม่ใช่แค่การช่วยชีวิตในวันนี้ แต่เป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศทางการเกษตรในระยะยาว เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้อย่างมั่นคง
ที่มา – “จตุพร” ฟันทุกโรงงาน ต้องรับซื้อข้าวโพด กก. 9.80 บ. หลังชาวไร่ขาดทุนยับร่วงเหลือ 5 บ.