จบ 1 คดี ‘สุชาติ’ ถอนฟ้อง ‘ไอซ์ รักชนก’ ปมโกงเลือกตั้ง
จบ 1 คดี ‘สุชาติ’ ถอนฟ้อง ‘ไอซ์ รักชนก’ ปมโกงเลือกตั้ง
กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เมื่อล่าสุดมีความคืบหน้ากรณีของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ‘ไอซ์’ ส.ส.พรรคประชาชน ที่ได้เดินทางมาพบกันที่ศาลอาญาตลิ่งชันเพื่อไกล่เกลี่ยคดีความ จากการที่นายสุชาติได้ยื่นฟ้อง น.ส.รักชนก ในข้อหาหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นรัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง
การเจรจาในชั้นศาลครั้งนี้ถือเป็นข่าวดีที่ทำให้เหตุการณ์เบาบางลง โดยคำว่า จบ 1 คดี ‘สุชาติ’ ถอนฟ้อง ‘ไอซ์ รักชนก’ ปมโกงเลือกตั้ง นั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 20 นาที ก่อนที่นายสุชาติจะตัดสินใจยกฟ้องคดีดังกล่าว เนื่องจาก น.ส.รักชนก ได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการกล่าวขอโทษต่อครอบครัวของนายสุชาติอย่างจริงใจ
เบื้องลึกการเจรจา จบ 1 คดี ‘สุชาติ’ ถอนฟ้อง ‘ไอซ์ รักชนก’ ปมโกงเลือกตั้ง
นายสุชาติได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงเหตุผลที่ยอมถอนฟ้องในครั้งนี้ว่า แม้ตัวเขาจะเป็นนักการเมืองที่พร้อมรับคำวิจารณ์ แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจที่สุดคือผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่และลูกๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากประเด็นดราม่าดังกล่าว เมื่อ น.ส.รักชนก ได้เอ่ยปากขอโทษถึงผลกระทบในส่วนนี้ นายสุชาติในฐานะผู้ใหญ่จึงยอมให้อภัยและตัดสินใจถอนฟ้องในที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้หัวข้อข่าวจะระบุว่า จบ 1 คดี ‘สุชาติ’ ถอนฟ้อง ‘ไอซ์ รักชนก’ ปมโกงเลือกตั้ง ไปแล้ว แต่นายสุชาติยังคงยืนยันชัดเจนในประเด็นที่ว่า ผลลัพธ์นี้ไม่เกี่ยวโยงกับคดีอื่นที่ค้างคากันอยู่ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาเรื่องทุจริตคอรัปชัน ซึ่งนายสุชาติยืนยันว่าจะยังคงดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป ซึ่งถือเป็นคนละส่วนกันอย่างสิ้นเชิง
ด้าน น.ส.รักชนก เอง ก็ได้แสดงท่าทีพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีที่เหลือ และจะยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่ ส.ส. รวมถึงภารกิจในการตรวจสอบรัฐบาลตามบทบาทของเธอต่อไป โดยระบุว่าการขอโทษครั้งนี้ไม่ได้มีเงื่อนไขผูกมัดว่าต้องโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย แต่เป็นการทำหน้าที่ตามข้อตกลงไกล่เกลี่ยของศาล
- นายสุชาติถอนฟ้องเพราะประเด็นครอบครัว
- น.ส.รักชนกยืนยันทำหน้าที่ตรวจสอบต่อไป
- คดีทุจริตอื่นๆ ยังต้องว่ากันต่อในชั้นศาล
ท้ายที่สุดนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นตัวอย่างของการใช้กระบวนการยุติธรรมในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการเมืองที่สามารถมีจุดจบที่ถนอมน้ำใจกันได้ ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษามาตรฐานการตรวจสอบตามข้อเท็จจริงในคดีความที่เหลืออยู่ ถือเป็นเรื่องที่น่าติดตามว่าคดีอื่นๆ จะมีทิศทางอย่างไรต่อไป