จับตา 3 คู่แข่ง ช้างศึกหนุ่ม รอบแรก บอลเอเชีย 2026

การแข่งขันฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2026 กำลังจะระเบิดความมันส์ขึ้นที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 6-24 มกราคม 2569 ซึ่ง “ช้างศึกหนุ่ม” ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ก็มีคิวลงสนามตามโปรแกรมแข่งขันที่ทางสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว

สำหรับแฟนบอลชาวไทยทุกคน ต่างตั้งตารอคอยผลงานของทัพนักเตะดาวรุ่งที่จะได้ลงสนามในทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการพิสูจน์ศักยภาพของนักเตะรุ่นใหม่ รวมถึงเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต

จับตา 3 คู่แข่ง ช้างศึกหนุ่ม รอบแรก บอลเอเชีย 2026

โดยในการแข่งขันครั้งนี้ ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ถูกจับสลากให้อยู่ในกลุ่ม D ร่วมสายกับ 3 ชาติยักษ์ใหญ่อย่าง ออสเตรเลีย, อิรัก และ จีน ซึ่งถือเป็นการแข่งขันที่ท้าทายและต้องใช้ความพยายามอย่างมาก

โปรแกรมการแข่งขันของ ช้างศึกหนุ่ม มีดังนี้

  • วันที่ 8 มกราคม 2569 – ไทย พบ ออสเตรเลีย (เวลา 18.30 น.) ที่อัล ชะบ๊าบ คลับ สเตเดียม
  • วันที่ 11 มกราคม 2569 – ไทย พบ อิรัก (เวลา 21.00 น.) ที่ปรินซ์ ไฟซอล บิน ฟาฮัด สปอร์ตส์ ซิตี้ สเตเดียม
  • วันที่ 14 มกราคม 2569 – ไทย พบ จีน (เวลา 18.30 น.) ที่อัล ชะบ๊าบ คลับ สเตเดียม

ทุกนัดจะถ่ายทอดสดผ่านช่องทาง Youtube : BG Sports ทำให้แฟนบอลชาวไทยสามารถติดตามเชียร์ทีมรักได้อย่างสะดวกสบาย

ความพร้อมของทัพช้างศึกหนุ่ม

ภายใต้การนำทีมของ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอน ได้นำลูกทีมซ้อมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2568 โดยมีการพักในช่วงเทศกาลปีใหม่วันเดียว คือวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ก่อนจะกลับมาซ้อมต่อในวันที่ 1 มกราคม 2569

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ช้างศึกหนุ่มได้มีเกมอุ่นเครื่องกับ ม.นอร์ทกรุงเทพ ก่อนจะเดินทางไปยังประเทศซาอุดีอาระเบียในช่วงค่ำของวันที่ 3 มกราคม 2569 ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนลงสนาม

สำหรับผลงานของทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในการแข่งขันรายการนี้ ถือว่ามีความน่าสนใจ โดยสามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้ถึง 6 สมัยติดต่อกัน ซึ่งผลงานดีที่สุดคือการเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อปี 2020 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเอง

สำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกล่าสุด ทีมชาติไทยสามารถคว้าแชมป์กลุ่ม F ด้วยการชนะ มองโกเลีย 6-0 เสมอ เลบานอน 2-2 และชนะ มาเลเซีย 2-1 ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าพอใจและสร้างความมั่นใจให้กับนักเตะและแฟนบอลชาวไทย

ศึกหนัก! 3 คู่แข่งสุดแกร่ง

อย่างไรก็ตาม งานของ ช้างศึกหนุ่ม ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเจอกับ 3 คู่แข่งที่มีศักยภาพสูงและมีประสบการณ์ในการแข่งขันรายการนี้

เริ่มต้นด้วยออสเตรเลีย ภายใต้การคุมทีมของ โทนี วิดมาร์ ที่มีผลงานดีสุดคือการคว้าอันดับที่ 3 ในปี 2020 พร้อมกับการคว้าตั๋วไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ

ในรอบคัดเลือก ออสเตรเลียสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการชนะ หมู่เกาะนอร์ทเธิร์นมาเรียนา 14-0 ซึ่งเป็นสกอร์ที่ขาดลอยที่สุดในรอบคัดเลือก ตามด้วยการชนะ ติมอร์เลสเต 6-0 และเสมอกับ จีน 0-0 ทำให้พวกเขาสามารถผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้อย่างไร้พ่าย

สำหรับแนวรุกของออสเตรเลีย มีนักเตะที่น่าจับตามอง ได้แก่ นาธาเนียล แบลร์ จาก เพิร์ธ กลอรี ที่ยิงไป 4 ประตูในเกมกับ นอร์ทเธิร์นมาเรียนา และ จิง รีค จาก เมลเบิร์น วิคตอรี ที่มีความเร็วและทักษะการเลี้ยงบอลที่ดี

ถัดมาคือ อิรัก ทีมแชมป์เก่าในปี 2013 ที่มีผลงานดีสุดคือการเข้ารอบรองชนะเลิศ ก่อนจะคว้าอันดับที่ 3 ได้สำเร็จ

ในรอบคัดเลือก อิรักสามารถเอาชนะ ปากีสถาน 8-1 ด้วยการยิงแฮตทริกของ อาลี จาซิม ตามด้วยการชนะ โอมาน 1-0 และเสมอกับ กัมพูชา 0-0 ทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม

สำหรับนักเตะเด่นของอิรัก นอกจาก อาลี จาซิม แล้ว ยังมี อามูรี ไฟซาล, มุสลิม มูซา รวมถึง ซีดาน อิกบัล ของ เอฟซี อูเทร็คต์ ที่มีประสบการณ์การลงสนามในระดับชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง

และสุดท้ายคือ จีน ที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายด้วยการเป็นอันดับ 2 ที่ผลงานดีที่สุด ด้วยการชนะ ติมอร์เลสเต 2-1, ชนะ นอร์ทเธิร์นมาเรียนา 10-0 และเสมอกับ ออสเตรเลีย 0-0

สำหรับการเล่นรอบสุดท้าย 5 ครั้งก่อนหน้า ทีมชาติจีนยังไม่เคยสามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มได้เลย ซึ่งถือเป็นจุดที่ต้องพัฒนาและปรับปรุง

เมื่อเดือนตุลาคม 2568 จีนเคยมีเกมอุ่นเครื่องกับไทย 2 นัดที่คุนหมิง โดยเกมแรก จีนสามารถเอาชนะไปได้ 3-1 ส่วนอีกนัดที่เป็นการอุ่นเครื่องทางการ ทั้งสองทีมเสมอกันไป 0-0

และในเดือนพฤศจิกายน 2568 จีนยังมีส่วนร่วมในรายการอุ่นเครื่อง แพนด้าคัพ ที่เฉิงตู โดยสามารถเอาชนะ เกาหลีใต้ 2-0 และเสมอกับ อุซเบกิสถาน 0-0 แต่พ่ายแพ้ให้กับ เวียดนาม 0-1

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญที่จะช่วยพัฒนาและยกระดับศักยภาพของนักเตะรุ่นใหม่ของประเทศไทย รวมถึงเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต

แม้ว่างานของ ช้างศึกหนุ่ม จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความพยายาม ความมุ่งมั่น และการเตรียมความพร้อมที่ดี แฟนบอลชาวไทยมีความหวังว่าทัพนักเตะดาวรุ่งจะสามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจและทำให้ประเทศชาติภาคภูมิใจ

สุดท้ายนี้ ขอให้แฟนบอลชาวไทยทุกคนร่วมใจกันเชียร์และให้กำลังใจ ช้างศึกหนุ่ม ในการแข่งขันครั้งนี้ ด้วยความหวังว่าจะสามารถสร้างผลงานที่ดีและทำให้ประเทศชาติภาคภูมิใจ

ที่มา – ผ่าเส้นทางบอลเอเชีย! จับตา 3 คู่แข่ง ‘ช้างศึกหนุ่ม’ รอบแรก…ไหวไหม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *