จับมือปรับปรุงปากแม่น้ำโก-ลก เสริมความร่วมมือบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดน
การประชุมคณะทำงานทางวิชาการร่วมไทย–มาเลเซีย ครั้งที่ 41 เมื่อเร็วๆ นี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการ จับมือปรับปรุงปากแม่น้ำโก-ลก เพื่อเสริมความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทยและมาเลเซีย การประชุมครั้งนี้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ทั้งในด้านเทคนิค การสำรวจ และการวางแผนพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบการทำงานร่วมของผู้แทนทั้งสองฝ่าย
จับมือปรับปรุงปากแม่น้ำโก-ลก
โดยมี นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานฝ่ายไทย และ Ir. Haji Mohd. Azmin bin Hussin รองอธิบดีกรมชลประทานและการระบายน้ำ ประเทศมาเลเซีย ทำหน้าที่เป็นประธานฝ่ายมาเลเซีย ร่วมกับผู้แทนที่เกี่ยวข้องทั้งสองประเทศในการหารือถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำใน ปากแม่น้ำโก-ลก อย่างมีประสิทธิภาพ
ความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
ในการประชุมครั้งนี้มีการพิจารณาประเด็นสำคัญมากมาย เช่น การรายงานผลการติดตามและประเมินผล ปากแม่น้ำโก-ลก การสอบเทียบร่วมกัน ณ สถานีสำรวจอุทกวิทยา รวมถึงการใช้ Rating Curve ของฝ่ายไทยในการเตือนอุทกภัยในลุ่มน้ำโก-ลก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคาดการณ์และรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม
ที่ประชุมยังมีการหารือถึงการขุดลอก ปากแม่น้ำโก-ลก ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการลดตะกอนสะสม ที่ทำให้กระแสน้ำไหลไม่สะดวก โดยมาเลเซียให้ข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับวิธีการขุดลอก แนวทางลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแผนการก่อสร้างคันกันคลื่นและเขื่อนป้องกันตลิ่ง ที่จะดำเนินการในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลิ่งและระบบนิเวศโดยรวม
- การสานสัมพันธ์และความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง
- การติดตามและพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ
- การใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการคาดการณ์ภัยธรรมชาติ
ผลกระทบระยะยาวของการดำเนินงานร่วมกันครั้งนี้ คือการลดความเสี่ยงจากอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำโก-ลก ที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดนราธิวาสของประเทศไทย และรัฐกลันตันของมาเลเซีย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ สังคม และการใช้ทรัพยากรน้ำเพื่อการดำรงชีวิตของประชาชนทั้งสองฝั่ง
เดิมทีในปี พ.ศ. 2518-2530 พื้นที่บริเวณปากแม่น้ำโก-ลกได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการทับถมของตะกอน ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมและตลิ่งพังเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุม การทำโครงการร่วมระหว่างไทย-มาเลเซียจึงเกิดขึ้นด้วยเป้าหมายเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าวและการพัฒนาระบบการจัดการน้ำอย่างถาวร
ปัจจุบัน การบริหารจัดการน้ำในicareกับการสื่อสารและความร่วมมือระหว่างภาครัฐทั้งสองประเทศ ช่วยสร้างเสถียรภาพและความเข้าใจร่วมกันเพื่อประโยชน์อันยั่งยืนแก่ทุกภาคส่วน การประชุม JTWG ครั้งที่ 41 ถือเป็นอีกหน้าสำคัญที่แสดงถึงความตั้งใจจริงของทั้งสองฝ่ายในการขับเคลื่อนแผนการจัดการน้ำข้ามพรมแดนอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว
ในท้ายที่สุด ความร่วมมือการบริหารจัดการน้ำในระดับข้ามพรมแดนของไทยและมาเลเซีย ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อการป้องกันอุทกภัย แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือในเชิงนิเวศ ความมั่นคงด้านน้ำ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทั้งสองประเทศ
หากคุณสนใจติดตามความคืบหน้าของโครงการพัฒนา ปากแม่น้ำโก-ลก อย่างใกล้ชิด อย่าลืมติดตามข่าวสารจากสำนักงานบริหารโครงการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับแนวทางการขุดลอกและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่
ที่มา – จับมือปรับปรุงปากแม่น้ำโก-ลก เสริมความร่วมมือบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดน

