จับลูกกตัญญูไม่มีเงินไปเยี่ยมแม่ป่วยหนัก ยอมติดคุกขโมยมอเตอร์ไซค์
จับลูกกตัญญูไม่มีเงินไปเยี่ยมแม่ป่วยหนัก ยอมติดคุกขโมยมอเตอร์ไซค์ไปหาแม่
เหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้สร้างความสนใจให้กับผู้คนในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุทไธสง ได้ทำการจับกุมตัวนายเฉลิมพล ชายวัย 41 ปี ในข้อหาลักทรัพย์หรือวิ่งราวทรัพย์จากการขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจที่จะเป็นอาชญากรอาชีพ แต่เป็นเพราะ จับลูกกตัญญูไม่มีเงินไปเยี่ยมแม่ป่วยหนัก ยอมติดคุกขโมยมอเตอร์ไซค์ไปหาแม่ โดยหวังเพียงว่าจะได้ไปดูใจแม่ที่กำลังป่วยหนักเป็นเนื้องอกอยู่ในโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์
เปิดเบื้องหลังความกดดัน จับลูกกตัญญูไม่มีเงินไปเยี่ยมแม่ป่วยหนัก ยอมติดคุกขโมยมอเตอร์ไซค์ไปหาแม่
จากการสอบสวน นายเฉลิมพลได้ให้การยอมรับสารภาพทั้งน้ำตาว่า ในขณะที่แม่กำลังอาการทรุดหนักลงอย่างกะทันหัน ตนเองกลับไม่มีเงินติดตัวและไม่มีพาหนะที่จะเดินทางไปพบแม่ที่โรงพยาบาล เมื่อเห็นรถจักรยานยนต์จอดเสียบกุญแจคาไว้ จึงเกิดความลนลานและตัดสินใจทำผิดกฎหมายด้วยการขับรถคันดังกล่าวออกไปทันที โดยไม่ได้คำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา สิ่งที่เขาต้องการในวินาทีนั้นมีเพียงการไปให้ถึงข้างเตียงคนป่วยให้เร็วที่สุดเท่านั้น
สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับกรณี จับลูกกตัญญูไม่มีเงินไปเยี่ยมแม่ป่วยหนัก ยอมติดคุกขโมยมอเตอร์ไซค์ไปหาแม่ เป็นเพราะสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาหลายด้าน ทั้งเรื่องความยากจน การเข้าถึงบริการทางสังคม และสภาวะอารมณ์ของมนุษย์ในยามที่จนตรอก ทั้งนี้เราสามารถสรุปบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ได้ดังนี้:
- ความจนบีบคั้นให้มนุษย์ตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่คาดคิด
- ความกตัญญูเป็นสิ่งที่ดี แต่การกระทำต้องตั้งอยู่บนความถูกต้องของกฎหมาย
- สังคมควรมีระบบสนับสนุนสำหรับผู้ป่วยยากไร้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเดินทางมาพบแพทย์
ท้ายที่สุดแล้ว แม้การกระทำของนายเฉลิมพลจะมีความผิดตามกฎหมายบ้านเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เรื่องราวนี้ก็ได้สร้างคำถามให้สังคมต้องหันกลับมามองว่า เราจะมีวิธีเยียวยาหรือช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในสถานการณ์บีบคั้นเช่นนี้ได้อย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้เขาต้องเลือกทางเดินที่จบลงด้วยการติดคุกเช่นนี้อีก
ที่มา – จับลูกกตัญญูไม่มีเงินไปเยี่ยมแม่ป่วยหนัก ยอมติดคุกขโมยมอเตอร์ไซค์ไปหาแม่