จับหนุ่มอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ ซ้ำเติมเหยื่อหลอกเงินอีกเกือบหมื่น

ในวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ได้ดำเนินการ จับหนุ่มอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ ซ้ำเติมเหยื่อหลอกเงินอีกเกือบหมื่น บาท ซึ่งเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์มาแล้ว การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยผู้ต้องหาคือ นายรัฐชภูมิ อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งถูกออกหมายจับจากศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในข้อหาสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดบัญชีม้า

จับหนุ่มอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ ซ้ำเติมเหยื่อหลอกเงินอีกเกือบหมื่น

เรื่องราวเริ่มต้นจากผู้เสียหายรายหนึ่งที่เคยถูกหลอกซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก ทำให้สูญเงินไปแล้ว ต่อมาเขาได้เห็นโฆษณาจากเพจชื่อ “Help care and protect” ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นหน่วยงานช่วยเหลือผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้เสียหายที่กำลังเดือดร้อนจึงติดต่อไปหวังจะได้เงินคืนคืนมา มิจฉาชีพจึงสร้างความน่าเชื่อถือ โดยส่งลิงก์ให้แอดไลน์บัญชี “DR Disaster Recovery” ก่อนจะส่งต่อไปยังไลน์ชื่อ “ตำรวจไซเบอร์” ที่แอบใช้รูปภาพและข้อมูลให้ดูเหมือนเจ้าหน้าที่จริง จากนั้นดึงผู้เสียหายเข้าไปในกลุ่มไลน์ที่มีคนอื่นๆ (ซึ่งเป็นหน้าม้า) คอยยืนยันว่าได้รับเงินคืนจริง เพื่อให้เหยื่อหมดข้อสงสัย

ขั้นตอนการหลอกลวงแบบละเอียด

หลังจากนั้น มิจฉาชีพจะอ้างว่าพบเงินของผู้เสียหายในระบบแล้ว แต่ต้องโอนค่าธรรมเนียมดำเนินการก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปครั้งแรก 1,060 บาท และครั้งที่สอง 6,300 บาท รวมเกือบ 8,000 บาท เมื่อเห็นว่าเหยื่อติดหนึบ ก็ข่มขู่เรียกเพิ่มอีก 15,600 บาท โดยบอกว่าถ้าไม่โอนจะถูกยึดเงินที่โอนไปก่อนหน้า ผู้เสียหายเริ่มสงสัยจึงรีบแจ้งความทันที

  • พบเพจช่วยเหลือผู้เสียหายออนไลน์ที่น่าสงสัย
  • ถูกเชิญเข้าไลน์แชทที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่
  • ใช้กลุ่มไลน์หน้าม้าเพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือ
  • หลอกโอนค่าธรรมเนียมหลายครั้ง พร้อมข่มขู่

คำให้การของผู้ต้องหา

จากการสอบสวน นายรัฐชภูมิ ปฏิเสธข้อหาทั้งหมด โดยอ้างว่าเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดปลายปี 2567 แล้วมีเพื่อนชื่อ “บิ๊ก” ชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทยและกรุงเทพฯ บัญชีละ 2,000 บาท รวม 4,000 บาท โดยบอกว่าจะนำไปเทรดหุ้น เขาไม่รู้ว่าจะถูกใช้หลอกลวงผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่เชื่อคำให้การ และเตือนประชาชนว่า หน่วยงานราชการไม่มีนโยบายติดต่อผ่านไลน์เพื่อเรียกเก็บเงิน หรือขอโอนเงินล่วงหน้า ถ้าพบให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพทันที

คดีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการหลอกลวงแบบต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า “รีวิคติมิเซชั่น” (Revictimization) ที่มิจฉาชีพซ้ำเติมเหยื่อเดิมให้เสียหายหนักขึ้น ในยุคที่อาชญากรรมไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนควรระวังเพจหรือข้อความที่อ้างช่วยเหลือเงินคืนจากมิจฉาชีพ เพราะส่วนใหญ่เป็นกลลวงล้วนๆ

เพื่อป้องกันตัวเอง ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้:

  • ตรวจสอบหน่วยงานจริง: ติดต่อตำรวจไซเบอร์ผ่านช่องทางทางการเท่านั้น เช่น เว็บไซต์ thaipol.go.th
  • ไม่โอนเงินให้ใครที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่
  • แจ้งความทันทีถ้าสงสัย
  • ใช้แอปตรวจสอบบัญชีต้องสงสัย

สุดท้ายนี้ การ จับหนุ่มอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ ซ้ำเติมเหยื่อหลอกเงินอีกเกือบหมื่น เป็นสัญญาณดีว่าตำรวจกำลังทำงานหนักเพื่อปราบปรามมิจฉาชีพ ถ้าคุณเคยเจอเหตุการณ์คล้ายๆ นี้ อย่าลังเลที่จะแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแจ้งเบาะแสให้ตำรวจทราบ เพื่อปกป้องตัวเองและคนอื่นๆ ด้วยนะครับ!

ที่มา – จับหนุ่มอ้างเป็นตำรวจไซเบอร์ ซ้ำเติมเหยื่อหลอกเงินอีกเกือบหมื่น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *