จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างตำรวจไซเบอร์หลอกเหยื่อซ้ำ

เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นออฟฟิศต้องสงสัยในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี หลังพบเบาะแสเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ ได้แก่ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ซิมการ์ด สมุดบันทึกข้อมูล 3 เล่ม และสมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่ามิจฉาชีพยังคงพัฒนาวิธีการหลอกลวงให้แนบเนียนขึ้น โดยเลือกโจมตีผู้ที่เคยสูญเสียเงินและกำลังต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพว่าเคยทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชานานกว่า 1 ปี ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยและเปิดออฟฟิศในเมืองพัทยา จากนั้นจึงใช้ข้อมูลของผู้เสียหายเดิมเป็นเป้าหมายในการติดต่อกลับไป โดยแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ “ตำรวจไซเบอร์” พร้อมสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างว่าสามารถช่วยติดตามเงินที่ถูกหลอกคืนได้

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างตำรวจไซเบอร์หลอกเหยื่อซ้ำ

รูปแบบการหลอกลวงในคดีนี้มีจุดน่าสนใจตรงที่มิจฉาชีพไม่ได้เริ่มต้นจากการสุ่มโทรหาคนทั่วไปเท่านั้น แต่เลือกติดต่อผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อมาก่อน เพราะบุคคลกลุ่มนี้อาจมีข้อมูลคดี รายละเอียดการโอนเงิน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว มิจฉาชีพจึงสามารถนำข้อมูลบางส่วนมาใช้พูดคุยเพื่อทำให้เหยื่อเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ติดตามคดีอยู่จริง

เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อใจ กลุ่มผู้ต้องหาจะอ้างว่าต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อยืนยันตัวตน หรือทำรายการรับเงินคืน จากนั้นจึงส่ง QR Code ให้เหยื่อสแกนและโอนเงินไปยังบัญชีที่กำหนด บางกรณีอาจขอข้อมูลบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน รหัส OTP หรือให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มเติม การกระทำดังกล่าวอาจทำให้เหยื่อเสียเงินซ้ำ รวมถึงเปิดโอกาสให้คนร้ายเข้าถึงบัญชีและข้อมูลส่วนตัวได้มากขึ้น

จับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างตำรวจไซเบอร์หลอกเหยื่อซ้ำ ต้องระวังอะไร

ประชาชนควรจำไว้ว่าหน่วยงานราชการและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่เรียกเก็บค่าดำเนินการผ่านการส่ง QR Code แบบเร่งด่วน และจะไม่บังคับให้ประชาชนโอนเงินเพื่อแลกกับการช่วยเหลือในการติดตามทรัพย์สิน หากมีผู้ติดต่อมาอ้างว่าสามารถนำเงินคืนได้ ควรตั้งสติและอย่าเพิ่งเปิดเผยข้อมูลใด ๆ แม้ผู้ติดต่อจะรู้ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน หรือรายละเอียดการแจ้งความของเราแล้วก็ตาม

อีกประเด็นที่ควรสังเกตคือการเร่งรัดให้ตัดสินใจ มิจฉาชีพมักใช้คำพูดว่าต้องโอนเงินภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการทันทีจะไม่สามารถคืนเงินได้ หรืออาจมีความผิดทางกฎหมาย การสร้างความกลัวและความกดดันเป็นเทคนิคสำคัญที่ทำให้เหยื่อไม่มีเวลาตรวจสอบข้อมูล ดังนั้น หากเจอสถานการณ์ลักษณะนี้ ควรวางสายและติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านหมายเลขโทรศัพท์หรือเว็บไซต์ทางการด้วยตนเอง

วิธีป้องกันการถูกหลอกซ้ำจากมิจฉาชีพออนไลน์

  • อย่าสแกน QR Code จากบุคคลที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายอ้างว่าเป็นตำรวจ หน่วยงานรัฐ หรือบริษัทที่สามารถช่วยเรียกเงินคืน
  • อย่าโอนเงินเพื่อแลกกับการติดตามเงินคืน เพราะมิจฉาชีพมักใช้ข้ออ้างเรื่องค่าธรรมเนียม ค่าปลดล็อกบัญชี หรือค่าดำเนินการ
  • ตรวจสอบชื่อหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ ด้วยการค้นหาช่องทางติดต่อจากเว็บไซต์ทางการ ไม่ใช้เบอร์โทรศัพท์หรือลิงก์ที่ผู้โทรส่งมา
  • ไม่เปิดเผยรหัส OTP รหัสผ่าน และข้อมูลบัญชี ให้ผู้อื่น แม้อีกฝ่ายจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • เก็บหลักฐานการสนทนาและการโอนเงิน เช่น หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีธนาคาร ลิงก์ และภาพหน้าจอ เพื่อใช้แจ้งความและติดตามคดี
  • บอกคนใกล้ตัวก่อนตัดสินใจ หากมีผู้ติดต่อมาเสนอช่วยเหลือเรื่องเงิน เพราะการมีคนช่วยตรวจสอบอาจลดโอกาสถูกหลอกได้

สำหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจพิสูจน์หลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์และตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป การตรวจสอบโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ สมุดบันทึก และบัญชีธนาคารอาจช่วยให้เห็นความเชื่อมโยงของเครือข่าย รวมถึงจำนวนผู้เสียหายที่อาจถูกหลอกมากกว่าที่พบในเบื้องต้น

สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ที่เคยถูกหลอกไม่ควรรู้สึกอายหรือกลัวจนไม่กล้าแจ้งเหตุ เพราะข้อมูลจากผู้เสียหายสามารถช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางการเงินและหยุดยั้งการก่อเหตุซ้ำได้ หากได้รับสายต้องสงสัย ให้หยุดการสนทนา ไม่โอนเงิน และรีบติดต่อธนาคารเพื่อขอคำแนะนำโดยเร็ว พร้อมแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การรู้เท่าทันและตรวจสอบผ่านช่องทางทางการคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุคที่มิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเข้าหาประชาชน

กรณีจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างตำรวจไซเบอร์หลอกเหยื่อซ้ำจึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า แม้คนร้ายจะมีข้อมูลของเราและพูดจาน่าเชื่อถือเพียงใด ก็ไม่ควรรีบทำตามคำสั่งเกี่ยวกับเงิน หากมีการส่ง QR Code ขอข้อมูลลับ หรือเร่งให้โอนเงิน ให้ถือเป็นสัญญาณอันตรายและตรวจสอบกับหน่วยงานจริงก่อนทุกครั้ง

ที่มา – บุกจับ 3 สมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็น “ตำรวจไซเบอร์” ตุ๋นเหยื่อเก่าซ้ำส่ง QR Code ลวงโอนเงิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *