จีนครองเบอร์ 1 ของโลกด้านคลัสเตอร์นวัตกรรม

จีนครองเบอร์ 1 ของโลกด้านคลัสเตอร์นวัตกรรม

ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมกลายเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจโลก องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ได้ประกาศผลการจัดอันดับ 100 คลัสเตอร์นวัตกรรมชั้นนำของโลกประจำปี 2025 ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับประเทศจีนอีกครั้ง เพราะ จีนครองเบอร์ 1 ของโลกด้านคลัสเตอร์นวัตกรรม ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ด้วยจำนวนคลัสเตอร์ถึง 24 แห่งที่ติดอันดับท็อป 100 สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติของจีน (CNIPA) ยืนยันข้อมูลนี้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของจีนในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดในปีนี้คือ คลัสเตอร์เซินเจิ้น-ฮ่องกง-กว่างโจว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตอ่าวกวางตง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Guangdong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area) ได้ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ของโลกเป็นครั้งแรก นี่คือหนึ่งในสามคลัสเตอร์ของจีนที่ติดท็อป 10 โดยการจัดอันดับนี้พิจารณาจากตัวชี้วัดหลากหลาย เช่น การจดสิทธิบัตร การลงทุนวิจัย และการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งจีนทำได้อย่างยอดเยี่ยม

ตัวเลขที่สะท้อนความสำเร็จของจีน

ตู้ หยู โฆษกของ CNIPA เปิดเผยว่า ณ เดือนมิถุนายน 2025 จีนมีสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่อยู่ในอายุการคุ้มครองรวมกว่า 5,010,000 ฉบับ โดย 3,727,000 ฉบับเป็นของวิสาหกิจในประเทศกว่า 524,000 แห่ง ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจเอกชนของจีนกำลังกลายเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรม จากเดิมที่รัฐบาลเป็นผู้นำ ตอนนี้วิสาหกิจเอกชนเข้ามามีบทบาทเด่นชัดมากขึ้น สร้าง ecosystem ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

นอกจากนี้ การจัดอันดับปี 2025 ยังเพิ่มตัวชี้วัดใหม่คือปริมาณธุรกรรมเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ซึ่งวัดความสามารถในการแปลงงานวิจัยและสิทธิบัตรให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง โดยเฉพาะในสตาร์ทอัพ คลัสเตอร์เซินเจิ้น-ฮ่องกง-กว่างโจว โดดเด่นในด้านนี้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากนโยบายรัฐและการเชื่อมโยงกับตลาดการเงินระดับโลก ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่ดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก

บทบาทของคลัสเตอร์นวัตกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน

คลัสเตอร์นวัตกรรมเหล่านี้ไม่ใช่แค่จุดรวมของบริษัทไฮเทค แต่เป็นระบบนิเวศที่รวมมหาวิทยาลัย หน่วยงานวิจัย และสตาร์ทอัพเข้าด้วยกัน สร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาโลก เช่น AI, เทคโนโลยีสีเขียว และ 5G จีนใช้กลยุทธ์ ‘Made in China 2025’ เพื่อส่งเสริมนวัตกรรม ทำให้ประเทศนี้เปลี่ยนจากผู้ผลิตราคาถูกมาเป็นผู้นำเทคโนโลยี ผลจากการครองอันดับหนึ่งนี้ จีนไม่เพียงเพิ่ม GDP แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและมีอิทธิพลในเวทีระหว่างประเทศ

เปรียบเทียบกับประเทศอื่น เช่น สหรัฐอเมริกาที่มีซิลิคอนแวลลีย์ติดท็อป 3 หรือเกาหลีใต้ที่แข็งแกร่งในด้านเซมิคอนดักเตอร์ แต่จีนมีจำนวนคลัสเตอร์มากที่สุด แสดงถึงการกระจายศูนย์กลางนวัตกรรมทั่วประเทศ ไม่ใช่集中ในเมืองเดียว นี่คือจุดแข็งที่ทำให้จีนยั่งยืนในระยะยาว

  • จำนวนสิทธิบัตร: เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี
  • การลงทุน VC: ดึงดูดทุนต่างชาติมหาศาล
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศ: เชื่อมโยงกับฮ่องกงและมาเก๊า

จากมุมมองของผู้เขียน การที่ จีนครองเบอร์ 1 ของโลกด้านคลัสเตอร์นวัตกรรม นี้เป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคต หากไทยหรือประเทศในอาเซียนอยากแข่งขัน ควรศึกษานโยบายของจีน เช่น การสนับสนุนสตาร์ทอัพและการป้องกันทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างคลัสเตอร์ของตัวเอง

สุดท้ายนี้ เชิญชวนผู้อ่านติดตามข่าวสารนวัตกรรมเพิ่มเติม และลองคิดดูว่าประเทศเราจะก้าวสู่การเป็นผู้นำได้อย่างไร หากคุณมีไอเดียนวัตกรรม สามารถแชร์ในคอมเมนต์ได้เลย!

ที่มา – จีนครองเบอร์ 1 ของโลกด้านคลัสเตอร์นวัตกรรม ตอกย้ำความแข็งแกร่ง (คลิป)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *