จีนจี้ฟื้นฟูเส้นทางในฮอร์มุซ ย้ำการรักษาอธิปไตยต้องคู่ความมั่นคงทางทะเล

ในสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด จีนได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 16 เมษายน ว่า กระทรวงการต่างประเทศไทยจีนได้ออกแถลงการณ์สำคัญ โดยนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยจีน ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยอิหร่าน

จีนจี้ฟื้นฟูเส้นทางในฮอร์มุซ ย้ำการรักษาอธิปไตยต้องคู่ความมั่นคงทางทะเล

ในการสนทนาครั้งนี้ นายหวัง อี้ ได้เน้นย้ำว่า แม้อธิปไตยและความมั่นคงของอิหร่านในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซควรได้รับการเคารพและปกป้องอย่างเต็มที่ แต่ขณะเดียวกัน เสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือของนานาประเทศก็ต้องได้รับการประกันอย่างแน่นหนาเช่นกัน จีนจี้ฟื้นฟูเส้นทางในฮอร์มุซ ย้ำการรักษาอธิปไตยต้องคู่ความมั่นคงทางทะเล จึงกลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจ

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะด้านพลังงาน เพราะที่นี่คือเส้นทางลำเลียงน้ำมันกว่า 20% ของโลกจากอ่าวเปอร์เซียสู่ตลาดโลก หากเกิดความขัดแย้งหรือการปิดกั้น จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทันที สถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่นี้กำลังเป็นที่จับตามองจากทุกฝ่าย เนื่องจากมีความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และชาติอื่นๆ ในภูมิภาค

จีนจี้ฟื้นฟูเส้นทางในฮอร์มุซ: บทบาทของจีนในตะวันออกกลาง

จีนในฐานะมหาอำนาจเศรษฐกิจที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าจากตะวันออกกลางเป็นจำนวนมาก จึงมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง นายหวัง อี้ กล่าวว่า ชาวโลกกำลังติดตามสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด และทุกฝ่ายต่างปรารถนาให้เส้นทางเดินเรือกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด จีนพร้อมที่จะใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่องในการคลี่คลายความตึงเครียด ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ จีนยังมีบทบาทสำคัญในข้อตกลง JCPOA (Joint Comprehensive Plan of Action) หรือข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งช่วยลดความขัดแย้งในอดีต การที่จีนออกมาเรียกร้องเช่นนี้ แสดงถึงยุทธศาสตร์外交ของจีนที่เน้น ‘ชุมชนร่วมชะตากรรม’ (Community of Shared Future) โดยต้องการรักษาเสถียรภาพเพื่อประโยชน์ทางการค้า

  • อธิปไตยของอิหร่านต้องได้รับการเคารพ
  • เสรีภาพการเดินเรือต้องปลอดภัยสำหรับทุกชาติ
  • จีนพร้อมไกล่เกลี่ยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
  • ฟื้นฟูเส้นทางฮอร์มุซเพื่อเศรษฐกิจโลก

ผลกระทบจากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซในอดีต เช่น ปี 2019 ที่เกิดการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นกว่า 4% ในวันเดียว หากเกิดซ้ำ จะกระทบประเทศนำเข้าน้ำมันอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และยุโรปอย่างหนัก จีนจึงมองว่าการรักษาอธิปไตยต้องคู่กับความมั่นคงทางทะเล เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำรอย

นอกจากประเด็นฮอร์มุซ จีนยังผลักดันโครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ที่เชื่อมโยงเอเชีย-ตะวันออกกลาง-แอฟริกา ทำให้จีนมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นในภูมิภาค สนทนาครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณว่าจีนจะมีบทบาทมากขึ้นในการแก้ไขข้อพิพาททางทะเล

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การเคลื่อนไหวของจีนนี้ช่วยลดความเสี่ยงสงคราม และส่งเสริมการเจรจาแบบพหุภาคี คุณควรติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจไทยที่นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางกว่า 80% ชวนเพื่อนๆ แชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องความมั่นคงทางทะเลโลก

ที่มา – จีนจี้ฟื้นฟูเส้นทางในฮอร์มุซ ย้ำการรักษาอธิปไตยต้องคู่ความมั่นคงทางทะเล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *